[SF] HBD Dino - D18 - At Least [Part 2/2 END]

posted on 07 Feb 2014 03:22 by roku-san in Fic directory Fiction

[SF]

Title : At least Part 2/2 END

Author : Rokugatsu

Pairing : D18

Categories: Drama, Angst, Romance, Comedy(?)

Rate : PG

Note : มาถึงตอนจบของฟิคนี้แล้วนะคะ ขอโทษที่ลงช้าค่ะ แบบว่าไฟมันไม่มี ตอนนี้ก็มาต่อแล้วค่ะ

ตอน 1: จิ้มค่ะ

ฟิควันเกิดพี่โน่ปีที่แล้ว:

ตอน 1

ตอน 2 จบ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กว่าจะรู้ตัว...ก็สาย 

 

 

 

ยังสายไปรึเปล่านะ?

 

 

 

 

 

 

 

            "คุซาคาเบะ..."

 

            "ครับคุณเคียว"

 

            "วันนี้วันที่เท่าไหร่?"

 

          "วันที่ 1 ก.พ.ครับ"

 

 

 

 

 

 

 

 

อิตาลี คฤหาสน์คาวัลโลเน่

 

 

 

            "ขอดื่มให้กับคุณดีโน่ คาวัลโลเน่ เพื่อฉลองวันครบรอบวันเกิด 23 ปี!!" งานวันเกิดของดีโน่ถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โต โดยมีบรรดาไฮโซและแฟมิลี่ต่างๆมาร่วมงาน ชายเจ้าของวันเกิดอยู่ในชุดสูทดูภูมิฐาน ผมเผ้าที่มักจะกระเซอะกระเซิงถูกจัดแต่งด้วยเจลหวีจนเรียบมาดราวกับคุณชาย ดีโน่ถือแก้วแชมเปญเดินรอบๆงานคอยยิ้มทักทายแขกแต่ละคนพร้อมกับคอยรับกล่องของขวัญแต่ละชิ้นตามมารยาท ดนตรีจังหวะวอลซ์สบายๆเป็นสัญญาณให้เต้นรำ

 

            "มันอาจจะดูแปลกไปหน่อยนะคะ แต่ว่า...เต้นรำกับดิฉันสักเพลงได้มั้ยคะ?" เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังมาจากด้านหลัง ชายหนุ่มหันไปมองก็เห็นหญิงสาวผู้หนึ่งในชุดเดรสสีแดงเข้มเรียบหรูกำลังส่งยิ้มให้ ดีโน่ยิ้มบางๆ

 

            "ได้สิครับ..." ดีโน่ส่งมือออกไป หญิงสาววางมือลงบนฝ่ามือของชายหนุ่มก่อนทั้งคู่จะพากันไปเต้นรำกลางฟลอร์

 

 

 

            "ขออภัยที่เสียมารยาท...ฉัน อลิเช่ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก" หญิงสาวเอ่ยแนะนำตัว ชายหนุ่มยิ้มรับตามมารยาท

 

            "ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ ซินญอริน่าอลิเช่" ชายหนุ่มและหญิงสาวประสานมือและโอบรอบลำตัวอีกฝ่ายเป็นท่าลีลาศแบบช้าๆ

 

            "คุณดูไม่มีความสุขเอาเสียเลยนะคะคุณเจ้าของวันเกิด" ดีโน่หัวเราะเบาๆ

 

            "ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็มีความสุขดีที่ได้กินเลี้ยงและเต้นรำกับคุณ" อลิเช่หัวเราะ

 

            "เหรอคะ...แต่ว่าแววตาเศร้าหมองที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มของคุณน่ะ มันปิดไม่มิดหรอกนะคะ..." หญิงสาวเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น

 

            "และนี่คือเหตุผลว่าทำไม ดิฉันเป็นฝ่ายเอ่ยขอคุณเต้นรำน่ะค่ะ" ดีโน่คลี่ยิ้ม รู้สึกว่าคงจะตบตาผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เสียแล้ว

 

            "คุณเคยแอบรักใครบ้างมั้ยครับ คุณอลิเช่?" หญิงสาวคลี่ยิ้ม...เธอเดาได้ถูกจุดจริงๆสินะ

 

            "ดิฉันไม่เคยค่ะ..." ชายหนุ่มยกแขนขึ้นให้หญิงสาวได้หมุนตัวรอบหนึ่ง

 

            "แต่ดิฉันพอจะเข้าใจความรู้สึกนั้นดีอยู่"

 

            "แล้วถ้าหากคุณรักคนๆนั้น แต่จนแล้วจนรอดไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่อาจรักคุณได้ คุณจะทำยังไง?" ดีโน่เอ่ยปากถาม อลิเช่เว้นช่วงคิดคำตอบครู่หนึ่ง

 

            "ก็ทำใจ...ยังไงล่ะคะ 'ยังมีปลาอีกมากมายในมหาสมุทร' เราก็ไม่ควรไปยึดติดในสิ่งที่ไม่อาจไขว่คว้ามาได้ เดินไปข้างหน้าดีกว่าค่ะ..." ทั้งสองไม่พูดอะไรต่อ ยังคงโยกย้ายไปตามจังหวะเพลง อลิเช่เห็นชายหนุ่มเงียบไปก็แซว

 

            "นี่ไปแอบรักสาวที่ไหนจนโดนเขาอกหักล่ะคะเนี่ย" เมื่อได้ฟัง ดีโน่ก็หลุดหัวเราะออกมา ทั้งคู่หัวเราะเบาๆ

 

            "ไม่น่าเชื่อ...ว่าหนุ่มรูปหล่อ ฐานะดีอย่างคุณจะถูกผู้หญิงปฏิเสธได้ ดิฉันว่าผู้หญิงคนนั้นต้องตาบอดแล้วแน่ๆ" ดีโน่หัวเราะ

 

            "ไม่หรอกครับ ผมไม่ได้ดีขนาดนั้น แต่บางที...นั่นอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมรักเธอก็เป็นได้" อลิเช่เลิกคิ้วอย่างสงสัย ดีโน่คิดถึงฮิบาริขึ้นมาวูบหนึ่ง

 

            "เธอเป็นคนยังไงหรือคะ?"

 

            "ก็...เอาแต่ใจ ปากแข็ง หัวดื้อ ไม่ชอบสุงสิงกับใคร" หญิงสาวขมวดคิ้ว

 

            "แลดูเธอเป็นคนน่ากลัวจังนะคะ..." ชายหนุ่มหัวเราะ

 

            "แต่ลึกๆแล้วเธอก็เป็นคนดี ถึงเธอมักจะไม่ชอบพูดตรงๆ แต่ผมก็รู้สึกได้ถึงความห่วงใยที่เธอมีให้กับผม ช่วงที่ผมเข้าโรงพยาบาล เธอถูกขอร้องให้มาช่วยดูแลผม ดูเธอเหมือนจะไม่เต็มใจนักแต่เธอก็มาทุกวัน ไม่เคยบกพร่อง จนผม...แอบคิดเข้าข้างตัวเองไปไม่ได้"

 

            "แหม...คุณนี่ก็ทำตัวเป็นสาวน้อยแรกรักไปได้นะคะ" อลิเช่แซวอีก ทั้งคู่หัวเราะเบาๆ

 

            "แต่ฉันว่ามันก็แปลกนะคะ ที่เธอปฏิเสธคุณ แต่กลับดูแลคุณดีเสียขนาดนี้"

 

            "หมายความว่าไงเหรอครับ?"

 

            "โธ่คุณดีโน่คะ ผู้หญิงที่ไหนเขาจะมาดูแลคนที่ไม่ได้รักทุกวี่ทุกวัน เว้นแต่จะเป็นงานหรือถูกจ้างมาให้ทำล่ะคะ งั้นฉันถามคุณข้อหนึ่ง ตอนที่เธอปฏิเสธคุณ เธอพูดว่ายังไงคะ?" ดีโน่นิ่งไป

 

            "เธอยังพูดไม่ทันจบ ผมก็ขัดขึ้นซะก่อน" อลิเช่คิดในใจ นึกแล้วเชียว

 

            "นั่นยังไงล่ะคะ เธอยังไม่ทันบอก คุณก็ทึกทักเอาเองเสียแล้ว ให้เดานะคะ คุณกำลังหนีเธอมาอยู่ที่นี่ บางทีตอนนี้เธออาจจะกำลังหาทางมาหาคุณอยู่ก็เป็นได้"

 

            "แต่ในตอนนั้น...ผมคิดว่าเธอกำลังจะบอกว่าไม่ได้รักผม ...อีกอย่าง ผมคิดว่าเธอคงไม่มาหรอก" อลิเช่ยิ้มกว้าง ให้กำลังใจ

 

            "มั่นใจในตัวเองหน่อยสิคะ หนุ่มหล่อ รวย นิสัยดี อย่างคุณ ฉันเชื่อว่าร้อยทั้งร้อยคงไม่มีทางถูกปฏิเสธหรอกค่ะ..."

 

เสียงดนตรีหยุดลง พิธีกรบนเวทีประกาศขึ้น ขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสองคน

 

            "เอาล่ะ ตอนนี้ก็ถึงเวลาอันควรแล้ว ขอเชิญคุณดีโน่เจ้าของวันเกิดขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ" ดีโน่งงๆหันมามองอลิเช่ อลิเช่พยักเพยิดให้ดีโน่เดินขึ้นไป เมื่อดีโน่ขึ้นไปบนเวที ไฟก็ดับลง และแล้วก็มีเสียงปรบมือเป็นจังหวะพร้อมๆกับเสียงร้องเพลง

 

            "แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูอาวเวอร์บอส~ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู" เป็นโรมาริโอ้และลูกน้องคนอื่นๆนั่นเองที่ถือเค้กจุดเทียนเข้ามาพร้อมกับร้องเพลง คนอื่นๆในงานก็พากันตบมือและร้องคลอไปด้วย เมื่อร้องจบเค้กก็มาอยู่ตรงหน้าแล้ว ดีโน่ยิ้มมองทุกคนเขินๆ กำลังจะเป่า แต่อลิเช่ขึ้นมาขัดจังหวะไว้ก่อน

 

            "เดี๋ยวค่ะ คุณดีโน่..." ดีโน่ชะงักไป หญิงสาวพูดน้ำเสียงจริงจัง

 

            "ลองอธิษฐานในสิ่งที่คุณปรารถนาสิคะ...สิ่งที่คุณอาจจะคิดว่ามันเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าลองอธิษฐาน ปาฏิหาริย์มันอาจจะเกิดขึ้นก็ได้นะคะ ใครจะรู้" ดีโน่รู้ดีว่าอลิเช่หมายถึงอะไร ชายหนุ่มประสานมือพลางหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อขอพรวันเกิด เสร็จแล้วก็เป่าเทียนดับ ท่ามกลางเสียงเฮจากแขกเหรื่อในงาน แล้วไฟก็เปิดขึ้น

 

ดีโน่ลงมือตัดเค้กแบ่งใส่จานให้แต่ละคน บรรดาลูกน้องดูเหมือนจะเฮฮาปาร์ตี้กว่าเจ้าของวันเกิดเสียอีก พูดคุยกันเสียงดังจ้อกแจ้กจนไม่ได้มองเลยว่า นายของตนไม่ได้มีความสุขสักเท่าไหร่...

 

 

 

 

 

สงสัย...เคียวยะคงจะติดธุระจริงๆ 

 

 

 

 

 

แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ เราก็อดน้อยใจไม่ได้อยู่ดี 

 

 

 

 

 

 

คำพูดของอลิเช่ดังก้องเข้ามาในหัว...

 

 

 

 

          'ก็ทำใจ...ยังไงล่ะคะ 'ยังมีปลาอีกมากมายในมหาสมุทร' เราก็ไม่ควรไปยึดติดในสิ่งที่ไม่อาจไขว่คว้ามาได้ เดินไปข้างหน้าดีกว่าค่ะ...'

 

 

 

 

นั่นสินะ...ชีวิตมันก็ต้องเดินต่อไป

 

 

 

 

 

งานเลี้ยงวันเกิดของบอสแห่งคาวัลโลเน่สิ้นสุดลงไป ดีโน่เดินทางกลับคฤหาสน์ด้วยความเหนื่อยล้า โรมาริโอ้เป็นคนขับรถให้มองในกระจกส่องหลังแล้วก็ทักขึ้น

 

 

            "เหนื่อยมากเลยเหรอครับบอส" ดีโน่ท่าทางสะลึมสะลือ พยักหน้าเนือยๆ

 

            "อืม..."

 

            "เหนื่อยหน่อยนะครับ คนมาร่วมงานเยอะ คุณเองก็ต้องไปทักทายคนโน้นทีคนนี้ที" ดีโน่ไม่ตอบอะไร ค่อยๆเอนหัวพิงเบาะหลับ โรมาริโอ้ถอนหายใจ รู้ดีว่าเจ้านายของตนยังไม่ลืมเรื่องฮิบาริ

 

 

 

 

ดีโน่กลับถึงห้อง นึกอะไรได้ก็เปิดดูมือถือ นี่จะเที่ยงคืนแล้วแต่ก็ไร้วี่แววข้อความสุขสันต์วันเกิดจากคนๆนั้น

 

 

ถึงนายจะมาไม่ได้ แต่อย่างน้อยมาแฮปปี้เบิร์ธเดย์ฉันก็ยังดี

 

 

 

ดีโน่กลั้นใจวางมือถือลง ปลอบใจตัวเองว่า เขาจะต้องตัดใจได้แล้ว ห้ามคิดถึงเรื่องนี้อีก ชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าออกก่อนจะเตรียมตัวอาบน้ำนอน

 

 

 

 

คำพูดของอลิเช่อีกท่อนหนึ่งดังก้องในหัว

 

 

          'นั่นยังไงล่ะคะ เธอยังไม่ทันบอก คุณก็ทึกทักเอาเองเสียแล้ว ให้เดานะคะ คุณกำลังหนีเธอมาอยู่ที่นี่ บางทีตอนนี้เธออาจจะกำลังหาทางมาหาคุณอยู่ก็เป็นได้'

 

 

          'ลองอธิษฐานในสิ่งที่คุณปรารถนาสิคะ...สิ่งที่คุณอาจจะคิดว่ามันเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าลองอธิษฐาน ปาฏิหาริย์มันอาจจะเกิดขึ้นก็ได้นะคะ ใครจะรู้'

 

 

 

 

 

ร่างของชายหนุ่มถูกแช่ในน้ำอุ่นในอ่าง มีเพียงส่วนศีรษะที่โผล่พ้นน้ำ ดีโน่เอาหัวพิงขอบอ่าง มองเพดานข้างบนเหม่อๆ

 

 

            "เคียวยะ...จะเป็นไปได้สักนิดมั้ย ที่นายจะรักฉัน?"

 

 

 

 

 

วันเกิดผ่านพ้นไปแล้ว เนื่องจากในตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนครึ่งของวันที่ 5

 

 

ดีโน่ปิดไฟทุกดวง เหลือไว้เพียงแต่โคมไฟเพื่อเตรียมตัวเข้านอน ชายหนุ่มนอนไม่หลับ ในหัวเอาแต่คิดถึงเรื่องของฮิบาริไปมา

 

 

 

            "เคียวยะ...ฉันคิดถึงนายจังเลย"

 

 

 

เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้หลงใหลในตัวฮิบาริได้ขนาดนี้

 

 

เขาไม่อาจะสลัดความคิดนี้ออกได้เลยแม้แต่สักวินาทีเดียว

 

 

แม้แต่ตอนความจำเสื่อม ความทรงจำทุกอย่างลบเลือนไป แต่ก็ยังคงเหลือ...นาย

 

 

 

 

ชีวิตนี้...ฉันคงขาดนายไม่ได้ เคียวยะ 

 

 

 

 

 

 

วันรุ่งขึ้น ดีโน่ตื่นตอน 8 โมงเช้า ร่างสูงลุกขึ้นล้างหน้าแปรงฟันก่อนจะลงไปรับประทานอาหารเช้าที่แม่บ้านจัดให้

 

 

            "อรุณสวัสดิ์ครับบอส" โรมาริโอ้ทัก ดีโน่ทักตอบ

 

            "อรุณสวัสดิ์โรมาริโอ้" โรมาริโอ้หยิบหนังสือพิมพ์มาให้ ดีโน่กางอ่านตามกิจวัตรปกติ

 

            "ระทึก! เครื่องบินตกที่ท่าอากาศยานฟิอูมิชิโน..." เมื่อเห็นหัวข้อข่าว อะไรสักอย่างดลใจให้ดีโน่รีบเปิดอ่านเนื้อหาข่าวนั้นทันที

 

          'เครื่องบินXXXของสายการXXXที่บินจากท่าอากาศยานนามิโมริตกกระแทกพื้นดินจนระเบิดเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ในขณะพยายามลงจอดในเมืองฟิอูมิชิโน เมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวน 50 คนและลูกเรือ 8 คนเสียชีวิต...'

 

            "บอส...บอสเป็นอะไรครับ?" โรมาริโอ้เห็นอาการของบอสตนท่าไม่ดีก็รีบเข้ามาถาม ดีโน่มือสั่น ช็อกกับข่าวที่เห็น

 

            "โรมาริโอ้...อย่าบอกนะว่าเคียวยะ..." โรมาริโอ้รีบกวาดตาดูเนื้อหาข่าวก่อนจะตาโต ตกใจไปด้วยคน แต่ก็พยายามปลอบ

 

            "เอ่อ...คะ...คงไม่ใช่หรอกครับ บางทีคุณฮิบาริอาจจะไม่ได้มาหรือถ้ามาคงไม่ได้มากับเครื่องบินลำนี้หรอกครับ ใจเย็นๆนะครับบอส เดี๋ยวผมจะลองโทรหาคุณคุซาคาเบะก่อน" โรมาริโอ้เองก็ร้อนใจเช่นกันจึงรีบกดเบอร์โทรทางไกลถึงลูกน้องคนสนิทฝั่งฮิบาริ เคียวยะ

 

            [ฮัลโหล?]

 

            "คุณคุซาคาเบะ นี่ผมเองโรมาริโอ้"

 

            [ครับ มีอะไรเหรอครับ?]

 

            "เอ่อ ผมถามอะไรหน่อยสิ คุณฮิบาริ...ยังอยู่ที่นามิโมริหรือเปล่า?"

 

            [อ๋อ ไม่แล้ว ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้คุณเคียววุ่นกับอะไรบางอย่างแล้วก็รีบจัดของใหญ่เลย ไปไหนก็ไม่ยอมบอกผมสักคำ บอกแค่ให้ผมไปส่งเขาที่สนามบินเท่านั้นแหละ ดูจากประตูแล้วคงไปต่างประเทศชัวร์... เอ๋ หรือว่าเขาจะไปหาคุณดีโน่?] ...ชายวัยกลางคนอึ้งไป

 

            "คุณ...ได้ดูข่าวเครื่องบินตกหรือเปล่า" โรมาริโอ้น้ำเสียงเริ่มสั่นเพราะช็อกกับความจริงที่ได้รู้

 

            [ข่าว? ข่าวอะไรเหรอ]

 

            "คุณลองเปิดทีวีดูสิ..."

 

 

 

 

 

เพล้ง! 

 

 

 

 

 

เสียงวัตถุบางอย่างแตกละเอียดทำให้โรมาริโอ้ตกใจ

 

            "เดี๋ยวค่อยคุยกันนะครับ" ลุงหนวดรีบวางสายก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปดูในครัว มองเห็นดีโน่นั่งลงบนพื้นครัว สภาพหมดอาลัยตายอยาก และมีเศษถ้วยกาแฟที่แตกกระจายอยู่ข้างๆ

 

            "บอส บอส!" โรมาริโอ้รีบเข้าไปประคองร่างดีโน่ให้ลุกขึ้น สีหน้าดีโน่ยังคงช็อกตะลึงอยู่

 

            "เคียวยะมาหาฉัน...เคียวยะตัดสินใจมาหาฉัน...ฮะๆๆ" ในตอนนี้ร่างสูงแทบไม่เหลือสติสัมปชัญญะใดๆแล้ว ชายวัยกลางคนสีหน้าเป็นกังวล เป็นห่วงความรู้สึกของดีโน่ในตอนนี้

 

            "เคียวยะมาหาฉัน ฉันดีใจจังเลย ฮะๆ ฮ่าๆๆ" ดีโน่ระเบิดหัวเราะออกมาราวกับคนบ้า โรมาริโอ้รู้สึกเศร้าใจ เข้าใจดีว่าสภาพจิตใจในตอนนี้ของดีโน่จากที่ย่ำแย่อยู่แล้วก็ยิ่งแย่ลงไปอีก

 

            "ฮึก...เคียวยะ นายมาหาฉันทำไม...นายน่าจะเกลียดฉันซะ ลืมฉันไปซะ นายจะได้ไม่ต้องนั่งเครื่องบินนั่น..." ดีโน่หยุดหัวเราะ น้ำตาค่อยๆเอ่อขึ้นเต็มดวงตา ก่อนจะทรุดลงไปนั่งอีกครั้ง เริ่มมีเสียงสะอื้นออกมา

 

            "ฮึก...ฮึก...เคียวยะ...นายมาหาฉันทำไม นายควรจะเกลียดฉัน โกรธฉัน จนไม่อยากจะเจอฉันอีก ทำไมนายต้องนั่งเครื่องนั่นมา ทำไม ทำไม ทำไม!!" โรมาริโอ้ทนกับสภาพของบอสตนไม่ได้ รู้สึกเหมือนตนเองก็จะร้องไห้ตามไปด้วย เข้ามาจับไหล่ดีโน่ไว้

 

            "บอส...บอส ตั้งสติไว้ดีๆนะครับ อย่างน้อยๆ...คุณฮิบาริเขาก็ตัดสินใจมาหาบอสนะครับ" แน่นอนว่า นั่นไม่ได้ทำให้บอสหนุ่มรู้สึกดีขึ้นเลย ในตอนนี้น้ำตาลูกผู้ชายมันรินไหลอย่างไม่อาจหยุดยั้งได้ ทำไม...ทำไมกัน ทำไมพระเจ้าต้องกลั่นแกล้งเขาถึงขนาดนี้ด้วย

 

            "ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไม่ชวนให้เขามางานวันเกิดฉัน...ฉันผิดเองที่ชวนเขามา ที่เขาต้องตายมันก็เป็นเพราะฉันเอง!!"

 

            "บอส...อย่าโทษตัวเองเลยนะครับ อุบัติเหตุ ความตายมันเป็นสิ่งที่พระเจ้าได้ลิขิตเอาไว้แล้ว เราทำอะไรกับมันไม่ได้หรอกครับ" บอสหนุ่มเอามือข้างหนึ่งปิดหน้าตัวเอง หัวใจยามที่โดนปฏิเสธนั้นก็ว่าเจ็บมากแล้ว แต่ความเจ็บปวดในตอนนั้นเทียบกับตอนนี้ไม่ได้เลย เขาควรจะดีใจที่ฮิบาริเลือกเขาถึงได้ตามเขามา แต่ก็เพราะเป็นแบบนั้น ฮิบาริถึงได้...

 

            "หากพระเจ้ามีจริง ฉันอยากจะอ้อนวอนให้ท่านเอาดวงวิญญาณฉันไปแทน...เคียวยะไม่ควรมาตายเพราะฉัน ฉันมันคนบาป!!"

 

            "บอส ไม่เอา อย่าพูดแบบนั้นสิครับ บอสสำคัญต่อพวกเรานะครับ อย่าเอาเรื่องความตายมาพูดง่ายๆแบบนี้สิครับ..." ในตอนนี้ชายวัยกลางคนก็เริ่มจะทนไม่ไหว ร้องไห้ตามไปด้วยคน จะให้พูดยังไงดี...เขาสนิทกับดีโน่ที่สุด ดูแลมาตั้งแต่ยังเล็กยังน้อย ยามดีโน่สุขเขาก็สุข ยามดีโน่ทุกข์เขาก็ทุกข์ ในยามนี้เขารับรู้ได้เลยว่านี่เป็นวันที่ดีโน่เสียใจมากที่สุดในชีวิต แล้วจะให้เขานิ่งดูดายไม่รู้สึกรู้สาอะไรได้ยังไง

 

            "บอส ผมเสียใจจริงๆเรื่องคุณฮิบาริ แต่ผมขอร้อง คุณอย่าได้พูดเรื่องที่คุณอยากจะตายตามเลยครับ ถ้าหากบอสตายไปอีกคน แฟมิลี่ของเราจะอยู่ยังไง?" ดีโน่ได้ฟังคำพูดของโรมาริโอ้ก็เริ่มสงบลง หยุดสะอื้น โรมาริโอ้พูดต่อไป

 

            "ผมรับใช้พ่อคุณ และดูแลคุณมาตั้งแต่เด็กจนโต ชีวิตของผมไม่อาจให้ใครได้อีกแล้ว ผมอุทิศชีวิตให้คาวัลโลเน่และอุทิศให้กับคุณด้วย เพราะฉะนั้นหากใครจะต้องตาย ผมยินดีที่จะตายแทนคุณได้!" ดีโน่ตกใจ เขย่าตัวโรมาริโอ้

 

            "นายพูดอะไรของนายโรมาริโอ้!? ฉันจะปล่อยให้นายตายได้ยังไงกัน" โรมาริโอ้ยิ้มบางๆแต่หนักแน่น เอ่ยทั้งน้ำตา

 

            "นายน้อยของผม...ชีวิตของผมนั้นไม่มีค่าอะไร เบ๊คนหนึ่งตายไปมันก็เท่านั้น แต่คุณ...คุณคือบอสแห่งคาวัลโลเน่ หากเสียคุณไปสักคน จะต้องมีคนอีกสักกี่คนที่ร้องไห้ให้คุณ เพราะฉะนั้น อยู่ต่อไปเถอะนะครับบอส..." บอสหนุ่มอึ้งไป รู้สึกซาบซึ้งใจกับความจริงใจของลูกน้องคนสนิท

 

            "โรมาริโอ้...ฉันมองนายไม่ผิดจริงๆ" ทั้งคู่ยิ้มให้กันอย่างเข้าใจกันว่าในยามยาก ต่างฝ่ายต่างก็พร้อมจะปกป้องกันและกันได้เสมอ จะมีสักกี่คน...ที่จะยอมตายแทนเราได้กัน?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        "น่าเบื่อชะมัด"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงๆหนึ่งดังออกมาจากห้องกินข้าวพาให้บอสหนุ่มและลูกน้องคนสนิทชะงัก ก่อนจะหันไปมองทางต้นเสียงพร้อมๆกัน...

 

 

 

          "อกหักไม่ทันไร ก็หาคนใหม่เคลมได้ทันที แกนี่มันคนแบบไหนกันแน่ ไอ้ม้างี่เง่า?"

 

 

 

          "คะ...เคียวยะ!?"

 

 

 

ดีโน่แทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อภาพตรงหน้าคือ... เด็กหนุ่มร่างเล็กเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทกำลังยืนทำท่าหาวหวอด ทำหน้าเซ็งโลกอยู่นอกห้องครัว ร่างบางสวมใส่อาภรณ์ในฤดูใบไม้ร่วงที่ค่อนข้างจะเย็นไปหน่อยสำหรับเด็กหนุ่มชาวเอเชียอย่างเขา ชายหนุ่มตะลึงอ้าปากค้าง เช่นเดียวกันกับโรมาริโอ้ที่ตาแทบจะถลนทะลุกรอบแว่น

 

 

            "ทำไม? มองหน้าเหมือนเห็นผีไปได้ อุตส่าห์คิดว่าอย่างแกคงจะร้องไห้จนตาบวมไปตลอดสองสามอาทิตย์ แต่นี่ไม่กี่วันกลับมาพลอดรักกับตาลุงนี่ น่าสะอิดสะเอียนชะมัด!" เด็กหนุ่มร่างเล็กกำลังชักสีหน้าไม่พอใจสุดๆ ดีโน่เพิ่งได้สติรีบปฏิเสธพัลวัน

 

            "เฮ้ยยยย ไม่ใช่นะเคียวยะ นายกำลังเข้าใจผิดนะ ฉันกับโรมาริโอ้ไม่ได้เป็นแบบนั้น..." พลัน...เขาก็เพิ่งนึกได้เรื่องหนึ่ง

 

            "เดี๋ยวนะ...เคียวยะ ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ? ฉันนึกว่านาย..."

 

            "ก็ประตูบ้านไม่ได้ล็อก ฉันกดกริ่งตั้งนานก็ไม่เห็นมีใครไปเปิดสักที ก็เลยเดินเข้ามาดื้อๆจนมาเห็นพวกแกสองคนร้องห่มร้องไห้กันนั่นแหละ"

 

            "ไม่ใช่...ฉันหมายถึง นายไม่ได้อยู่ในเครื่องบินนั่นตอนตกเหรอ?" ร่างบางขมวดคิ้ว

 

            "เครื่องบิน? เครื่องบินอะไร" ดีโน่ยืนหน้าเหวออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปหยิบหนังสือพิมพ์มากางให้ดู

 

            "นี่ไง...เครื่องบินจากนามิโมริเมื่อวานตกที่ฟิอูมิชิโน" เด็กหนุ่มยื่นหน้าเข้ามาอ่านข่าวเครื่องบินตกใกล้ๆก่อนจะตอบ

 

          "นี่มันเครื่องบินไฟลท์เช้าวันที่ 3 ฉันมาไฟลท์บ่ายวันที่ 4!"

 

            "เห??"

 

            "เอ้า ก็เห็นๆอยู่ว่าฉันเพิ่งมาถึงบ้านแกนี่ ตอนแรกฉันพยายามจองตั๋วที่เร็วที่สุดแต่ก็เต็มหมด มาได้เอาตอนวันเกิดแกนี่แหละ กว่าจะมาถึงก็เลยวันมาแล้ว ได้นอนแค่แปบเดียวฉันก็นั่งแท็กซี่จากโรงแรมมาที่บ้านแกนี่แหละ" ณ ตอนนี้ปริศนาคาใจต่างๆก็คลายปม...ดีโน่กับโรมาริโอ้อ้าปากค้าง

 

            "สรุปก็คือ...นายไม่ได้มาไฟลท์วันที่ 3 ที่เครื่องบินตก?"

 

            "ใช่"

 

            "พอนายลงจากเครื่องบิน นายก็ตรงดิ่งมานี่เลย?"

 

            "ก็ใช่น่ะสิ"

 

            "งั้นนายก็ไม่ได้ตายน่ะสิ?"

 

            "ที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็นผีมั้ง ไอ้ม้าโง่งี่เง่า!"

 

            "เคียวยะ!!"

 

 

ดีโน่พุ่งเข้ากอดฮิบาริทันที ร่างบางสะดุ้งตกใจเพราะไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงเล็กน้อย รู้สึกอายเล็กๆ

 

 

            "พะ...พอได้แล้วน่า ฉันหายใจไม่ออก" ดีโน่ยังคงกอดอีกฝ่ายแน่นไม่ยอมปล่อย

 

            "เดี๋ยวสิ ขอฉันกอดเคียวยะนานๆหน่อยจะได้รู้ว่านี่เป็นเคียวยะตัวจริง ไม่ใช่วิญญาณน่ะ" เมื่อถูกกอดนานๆ เด็กหนุ่มก็เริ่มประหม่า ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วก็แดงมากขึ้นไปอีก ที่สำคัญก็คือ...ชีพจรมันเต้นแรงขึ้นๆนี่สิ!

 

            "พอได้แล้ว เวอร์" ในที่สุดร่างสูงก็ยอมปล่อย ใบหน้าคมยังคงยิ้มกว้างไม่หุบ เนตรสีอำพันเป็นประกายอย่างเห็นได้ชัด

 

            "จะดีใจอะไรขนาดนั้น แกนี่มันเวอร์จริงๆ" ไม่รู้จะพูดอะไร หาเรื่องด่าไว้ก่อน ดีโน่จากเศร้าที่สุดในชีวิต กลายมาเป็นดีใจที่สุดในชีวิต ชายหนุ่มจู่ๆก็ยกร่างเด็กหนุ่มขึ้นหน้าตาเฉย

 

            "อะ...เฮ้ย! นี่แกทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ"

 

            "โรมาริโอ้ ฝากเก็บเศษแก้วด้วยนะ ฉันขอตัวก่อนล่ะ" พูดจบก็เดินออกไปทันทีโดยที่ฮิบาริยังคงทุบตีไหล่กว้างอยู่อย่างนั้น โรมาริโอ้พยักหน้ารับคำเหวอๆ ปรับอารมณ์แทบไม่ทัน...

 

 

 

 

            "ปล่อยฉันลงนะ นี่แกจะพาฉันไปไหนน่ะ"

 

 

ตุ้บ!

 

 

 

ดีโน่ปล่อยฮิบาริลงบนโซฟา ก่อนจะจ้องหน้าอย่างคาดคั้น

 

 

            "เคียวยะ..." เมื่อถูกจ้องด้วยสายตาที่จริงจังสุดๆ เด็กหนุ่มก็ทำตัวไม่ถูก ทั้งงุนงงและสงสัย

 

            "อะ...อะไร"

 

            "จงบอกความในใจมาเดี๋ยวนี้" ร่างเล็กหรี่ตามองอีกฝ่าย...เล่นมุขนี้เลยเนี่ยนะ?

 

            "ความจริงในใจบ้าอะไร"

 

            "อย่ามาทำไขสือ บอกความรู้สึกของนายที่มีต่อฉันมาซะดีๆ" ฮิบาริทำท่าจะเขยิบหนีแต่ก็ถูกดีโน่เอาแขนกันไว้ไม่ให้หนีได้ทุกทาง ร่างบางไม่กล้าสบตามองร่างสูง

 

            "คะ...ความรู้สึกอะไรกัน ฉันไม่รู้เรื่อง"

 

            "ถ้านายไม่ตอบฉันจะจูบล่ะนะ" คราวนี้ร่างบางตาโต รีบตอบคำถามทันที

 

            "ฉะ...ฉัน...ฉันก็รักแกไง! ถ้าไม่รัก จะตามมาถึงขนาดนี้มั้ยล่ะ ถามโง่ๆ..." ท้ายประโยคมีแอบกัดเล็กน้อย ดีโน่คลี่ยิ้มกว้าง แอบขำ

 

            "ขะ...ขำอะไร หา!?" ดีโน่เอามือปิดปากขำจนฮิบาริชักหมั่นไส้ พอเอามือออกก็เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มของชายหนุ่ม

 

            "ถ้ารักฉัน แล้วตอนนั้นนายปฏิเสธฉันทำไมล่ะ?" ฮิบาริชะงักไป ทำไม่รู้ไม่ชี้

 

            "อะไร? ใครปฏิเสธ ตอนนั้นฉันยังพูดไม่จบเลยด้วยซ้ำแกก็ขัดขึ้นก่อน ฉันก็เลยปล่อยให้แกไปนอนคิดเล่นให้ปวดช้ำเอาเอง สมน้ำหน้า อยากขัดขึ้นมาก่อนทำไมล่ะ" ดีโน่ยิ่งฟังก็ยิ่งขำ จนอีกฝ่ายชักหงุดหงิดจริงๆ

 

            "หัวเราะอะไรนักหนา ตลกมากมั้ย??" พูดพลางดึงแก้มอีกฝ่ายแรงๆด้วยความหมั่นไส้ ฝ่ายดีโน่เมื่อโดนกระทำก็ร้องโวยวาย

 

            "โอ๊ย โอ๊ย เจ็บๆๆ พอๆๆ ไม่ขำแล้วค้าบบบบ" ร่างบางปล่อยมือออกก่อนจะกอดอกทำหน้ายู่ ดีโน่ลูบแก้มที่เป็นรอยแดงป้อยๆ เหล่มองอีกฝ่ายพลางอมยิ้ม

 

            "ถ้าอย่างนั้น คำพูดที่นายบอกว่ารักฉันในตอนนั้นก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ?" ร่างบางชะงัก ลืมคิดถึงความจริงข้อนี้ หันขวับมามองอีกฝ่าย อ้าปากจะเถียง

 

            "มะ...ไม่ใช่นะ คือว่าฉัน..." ดีโน่ไม่ฟัง ยิ้มเจ้าเล่ห์ สะใจที่ต้อนอีกฝ่ายจนจนมุมจนได้

 

            "เคียวยะเนี่ยน้า...บอกรักฉันแต่แรกก็ไม่บอก ทำเป็นปากแข็งแต่ใจจริงแล้วก็รักฉันเข้าเต็มเปา...ว้าวๆๆ" เด็กหนุ่มหน้าแดงเป็นมะเขือเทศเมื่อโดนล้อมากๆ ไม่รู้จะทำยังไงก็ทุบตีอีกฝ่าย

 

            "พอ...หยุด...พอได้แล้ว ไอ้บ้า หยุดล้อได้แล้ว!!"

 

            "โอ๊ยๆๆ เคียวยะก็เลิกทุบฉันสักทีสิ โอ๊ย"

 

            "สนุกนักใช่มั้ยๆๆ" นอกจากจะไม่หยุดแล้วยังดึงแก้มแรงๆอีก ดีโน่ได้ทีคว้าหมับข้อมือทั้งสองข้างของอีกฝ่าย ยิ้มอย่างมีเลศนัย

 

            "ทำร้ายฉันมากๆ ไม่กลัวโดนเอาคืนบ้างหรือไง?" ฮิบาริชะงัก รู้ตัวว่าซวยแน่ๆเพราะมือทั้งสองข้างโดนล็อกเอาไว้ ดีโน่ค่อยๆยื่นหน้ามาใกล้ๆในขณะที่อีกฝ่ายค่อยๆหันหน้าหนีด้วยความเขินอาย

 

 

 

 

จุ๊บ 

 

 

 

ร่างสูงประทับริมฝีปากลงบนแก้มขาวเนียนของร่างเล็กที่บัดนี้ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ

 

 

            "โอ๊ะ...เลิกพยศแล้วเหรอ" ร่างสูงยังมิวายแซว ร่างเล็กได้สติรีบสะบัดมือออกแล้วผลักหัวอีกฝ่ายออกไป

 

            "ไอ้บ้า!" ทั้งสองเข้ามานั่งข้างๆกัน ฮิบาริกอดอก เหล่มองอีกฝ่าย เมื่อต่างฝ่ายต่างเริ่มเงียบ เด็กหนุ่มก็เป็นฝ่ายพูดขึ้น

 

            "ถ้าพูดตอนนี้มันอาจจะสายไปแต่ก็...

 

 

 

 

...สุขสันต์วันเกิดนะ"

 

 

 

ดีโน่ค่อยๆหันมามองอีกฝ่ายช้าๆ แม้งานวันเกิดเมื่อวานจะมีคนอวยพรเขาเป็นร้อย แต่มันก็เทียบไม่ได้เลยกับคำพูดของคนพิเศษเพียงประโยคเดียว

 

 

ดีโน่คลี่ยิ้มบางๆ

 

 

            "ขอบคุณนะเคียวยะ..." ทั้งคู่สบตากันและกันอย่างเข้าใจว่า ในตอนนี้ใจของทั้งสองตรงกันแล้ว ก่อนที่ร่างบางจะเป็นฝ่ายหลบตาไปเสียเอง... หัวใจมันเต้นระรัวอย่างหยุดไม่อยู่ ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้กับผู้หญิงคนไหนเลย...

 

            "แล้วไหนล่ะของขวัญ?" จู่ๆดีโน่ก็ทวงของขึ้นมาดื้อๆ ฮิบาริหันขวับมามองทันที

 

            "นี่...ไอ้การที่คนอย่างฉันถ่อสังขารมาหาแกถึงที่มันก็เป็นของขวัญที่สุดแสนจะหาได้ยากแล้ว เพราะงั้น แกได้แค่นี้ก็จงพอใจซะ" พูดจบก็สะบัดหน้ามองไปทางอื่นอย่างไม่ใยดี ดีโน่มองทำแก้มป่องอย่างงอนๆ

 

            "เคียวยะใจร้าย...ถ้าเกิดนายคิดจะมาที่นี่โดยไม่มีอะไรติดมาล่ะก็ งั้นฉันก็จะถือว่าตัวนายเป็นของขวัญก็แล้วกัน"

 

 

ไม่เว้นช่วงให้ได้ตกใจ...

 

 

ดีโน่พูดจบก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบช้อนเอาร่างเล็กเข้ามาอุ้มเป็นท่าเจ้าสาว ฮิบาริตกใจ พยายามดิ้นให้หลุดแต่ก็ไร้ผล ใบหน้าคมของบอสหนุ่มฉายรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับหมาป่ากำลังออกล่าเหยื่อ

 

 

 

            "ปล่อย! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะไอ้ม้าบ้า! ไอ้คนฉวยโอกาส ไอ้..."

 

            "หึหึ...อ้าว โอกาสมามันก็ต้องฉวยไว้ไม่ใช่เหรอเคียวยะ? ไหนๆฉันก็อุตส่าห์อดทนมานานปี ครั้งนี้ก็ขอคืนกำไรให้ตัวเองหน่อยล่ะนะ" ดีโน่คลี่ยิ้ม...เป็นรอยยิ้มที่สยองมากสำหรับฮิบาริในตอนนี้ สองเท้ายาวก้าวขึ้นไปยังห้องข้างบนท่ามกลางเสียงโวยวายของเด็กหนุ่มก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลงเมื่อทั้งสองหายเข้าไปในห้องและปิดประตูปัง

 

 

 

 

 

 

 

 

...โรมาริโอ้ยังคงมองทั้งสองนิ่งค้าง

 

 

 

เมื่อเสียงเงียบลง ชายวัยกลางคนก็หัวเราะออกมาเบาๆ

 

 

 

ในที่สุดก็จบลงด้วยดีสินะ...

 

 

 

กริ๊งๆๆ

 

 

 

โทรศัพท์มือถือดังขึ้น

 

 

 

            [ฮัลโหล คุณโรมาริโอ้ ผมคุซาคาเบะเองครับ]

 

            "อ๋อ ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ"

 

            [โทษทีที่โทรมาช้านะครับ พอดีมีงานเข้านิดหน่อย คือผมลองไปเช็คดูข่าวแล้วนะครับ คุณเคียวเขามาไฟลท์หลังจากไฟลท์นี้น่ะครับ เพราะงั้นสบายใจหายห่วงได้เลยครับ]

 

            "อื้ม ผมทราบแล้วล่ะครับ เพราะเมื่อครู่ คุณฮิบาริก็มาถึงที่นี่ได้ไม่นาน"

 

            [เห...งั้นก็แปลว่าคุณเคียวไปที่บ้านคุณดีโน่จริงๆน่ะสิครับ??]

 

            "ถูกต้องเลย"

 

            [ฮะๆๆ ผมกะไว้แล้วเชียว แต่แหมคุณเคียวนี่ก็จริงๆเลยนะครับ ทิ้งงานไปดื้อๆ ปล่อยให้ผมสะสางอยู่คนเดียวเลย] โรมาริโอ้หัวเราะ

 

            "เราเป็นลูกน้องเขา เราก็ทำหน้าที่ในส่วนนั้นไปเถอะครับ ขอแค่บอสของพวกเรามีความสุขก็พอแล้ว"

 

            [นั่นสินะครับ เอ้อ งั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ]

 

            "ครับ สวัสดีครับ"

 

 

 

 

โรมาริโอ้กดวางสายไป มองไปยังชั้นบนแล้วก็ยิ้มออกมา

 

 

 

ดีใจที่ทุกอย่างจบลงด้วยดี บอสของเขาในที่สุดก็ได้สมหวังในรักเสียที...

 

 

 

นั่นคือสิ่งที่เขาคิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่หารู้ไม่ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นความวุ่นวายในบ้านหลังนี้ต่างหาก!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

END(??)

 
 
 
 
ไม่ต้องงงค่ะ จบแล้วจริงๆค่ะ ฮ่าๆๆ
หักมุมกี่ตลบหว่า...ประโยคสุดท้ายหวังว่าจะไม่งงนะคะ คือ...นึกภาพตอนหนูเคียวมาเป็นนายหญิงให้คาวัลโลเน่ ลูกน้องอาจจะได้เห็นซีนผัวเมีย(?)ทะเลาะกัน อาจจะได้เห็นฉากXXXแบบไม่ได้ตั้งใจอะไรแบบนี้ก็เป็นได้ หุหุหึหึหึ
สุดท้ายจากพี่โน่ M ก็พลิกมาเป็น S (ป่าวหว่า?)จนได้ ฮุๆๆ
 
 
สุขสันต์วันเกิดพี่โน่อีกที ขอให้ครองรักกับน้องฮิไปนานๆ หุหุ

Comment

Comment:

Tweet

กรี๊ดดดดดในที่สุดก็จบอย่างแฮปปี้
เกือบจะเสียน้ำตาเพราะเรื่องนี้หลายรอบมาก
ตอนแรกก็ใจหาย แต่เคียวยะปลอดภัยใจก็เป็นสุขกรี๊ดๆ

#6 By mmay on 2014-06-08 19:03

กรี๊ดดดดดดดดดดดด คู่กันแล้วย่อมไม่แคร้วกัน อิอิbig smile big smile big smile big smile big smile
พี่ม้าคนเดิมกลับมาแล้วว(หรือเปล่านะ) เฮ้ยยยยย ไม่ใช่นะเคียวยะนายกำลังเข้าใจผิดนะ ฉันกับโรมาริโอ้ไม่ได้เป็นแบบนั้น.....ฮ่าาาๆๆๆๆๆๆฮาได้อีกเคียวจังคิดได้ไงเนี่ย +555 น่ารักได้ตลอดเลยน่าคู่นี่ โอ้ยยยยน่ารััักกกกกกเก้ีนนนไปแล้วววมะโนไปไกลแว้วววววฉันนน คริคริ
ปล.ชอบคำพูดของอาลิเช่มากกกกกกกกโอ้ยยโดนอ่ะรักเลย

#5 By misaki (101.108.133.114|101.108.133.114) on 2014-05-23 06:34

ม่ายจริงงงงง...โรคุจะจบดื้อๆ ยังงี้ได้ไง???
ซีนแกะของขวัญหายไป....
โล่งอก ลงเอยกันได้ด้วยดี พี่โน่จะได้เลิกขี้แยซะที

#4 By chaste-child on 2014-02-10 10:03

ยังคงมีอาฟเตอร์ช็อกอีกระลอก นึกว่าจะหักมุมแบบว่าเฮียได้กับลกน้องซะแล้ว ก๊ากกกกกก
เดาเล่นๆว่าเอลิซ่าคือคนเขียนชัวร์เลยสินะคะ อิอิ
แต่ก็จบได้น่ารักมากเลยอ่าาาา

#3 By แจน (125.25.207.197|125.25.207.197) on 2014-02-08 18:06

ทำไมรู้สึกว่าตอนเสี่ยช็อคมันเเอบจิตเเปลกๆ =A=;; 
เเลดูเเบบ เฮ้ยยยยยยยยยยย
#นังริยามันมโน
ตอนสุดท้ายเเอบฮาคุณฮิ  ไปกันใหญ่เเล้วลูก;w; เสี่ยมาเขารักหนูคนเดียวไม่ข้องเกี่ยวใครเลยนะเธอจ๋า
ส่วนตอนจบอ่านเเล้วให้วามรู้สึกว่าเรื่องยังมีต่อมากๆเลยล่ะค่ะ  คาใจ
(อะไรยุ่ง)
#น้องเค้ายังอยู่ม.ปลาย เเต่งงานยังไม่ได้นะเสี่ย เดี๋ยวก็ได้ไปอยู่ในซังเตพอดี...

#2 By @I_ on 2014-02-07 23:50

โอ้ยขำ ตอนโรมาริโอ้ปลอบดีโน่อุตส่าห์แอบน้ำตาซึม พอนู๋ฮิโผล่มาเท่านั้นแหละ ฮาเงิบ โน่นอกใจฮิ ฮ่าๆๆๆ
สนุกดีค่ะ เรื่องนี้
เอาใจไปเลยจ้า
แถมดาว >w< Hot!

#1 By BluePowder on 2014-02-07 13:26