[SF] AuFic KHR {RL} The Fallen Angel - Chapter I

posted on 20 Aug 2013 00:45 by roku-san in Fic directory Fiction
แบบว่า...เรื่องเดิมๆหัวไม่แล่น เรื่องใหม่แล่นซะงั้น ปกติโรคุก็ไม่ค่อยแต่งคู่นี้หรอกค่ะ แต่ก็ชอบนะเออ
  
 
 
 
 
ได้แนวคิดมาจาก Utopia และ Dystopia ค่ะ มันคืออะไรนั้น อันนี้อยากให้ลองหาดูเองนะคะ
 
 
 
 
 
 
 

Title: The Fallen Angel

Chapter I: The Land of Fear ดินแดนแห่งความหวาดกลัว

 

 

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในโลกที่มีสองโลกอยู่ด้วยกัน

 

 

ดินแดนหนึ่งคือ ยูโทเปีย ดินแดนสุขาวดีที่มีแต่ความสงบสุข ผู้คนมีแต่รอยยิ้ม ท้องฟ้าสดใส แสงแดด ต้นไม้ และธรรมชาติทั้งหลายอันรื่นรมย์ ปกครองโดยพระราชาและพระราชินีผู้มีโอรสน้อยน่ารักนาม เจ้าชายแรมโบ้

 

เจ้าชายแรมโบ้เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังพ่อแม่เสมอ พ่อแม่จึงรักแรมโบ้มาก

 

 

 

แต่แรมโบ้นั้นช่างสงสัย เขาอยากรู้มากว่า เหนือกำแพงนั้นที่เลยอาณาจักรของตนไปนั้นมีอะไรอยู่ ครั้นจะขออนุญาตไป พ่อแม่ก็จะชักสีหน้าบึ้งตึง ไม่อนุญาตอย่างเด็ดขาด ด้วยเหตุผลที่ว่า

 

 

 

            "ลูกจะข้ามกำแพงนั่นออกไปไม่ได้นะ"

 

            "เราเกิดที่ยูโทเปีย เราก็ควรจะอยู่ในยูโทเปีย"

 

            "ผ่านกำแพงนี้ไปคือ ดิสโทเปีย ดินแดนอันดำมืดที่มีแต่ความหวาดกลัว"

 

            "มีแต่อันตรายรอบตัว ห้ามลูกไปที่นั่นเด็ดขาด"

 

 

 

แรมโบ้ไม่ค่อยเข้าใจนักว่า ดิสโทเปีย ดินแดนอีกโลกหนึ่งที่พ่อแม่ย้ำนักหนาว่าอันตรายนั้นเป็นยังไง เขาเก็บความสงสัยนี้ไว้จนกระทั่งมีอายุได้ 15 ปี

 

 

 

อยากรู้จังเลยว่า โลกอีกโลกหนึ่งจะเป็นยังไง...

 

 

 

 

 

และตกดึกคืนหนึ่ง หลังจากที่ทนความอยากรู้อยากเห็นต่อไปไม่ไหว แรมโบ้จึงตัดสินใจแอบย่องหนีออกจากปราสาทในขณะที่พ่อกับแม่หลับ เมื่อไปถึงกำแพงนั้น แรมโบ้เงยหน้ามองความสูงของกำแพงก่อนจะกลืนน้ำลาย

 

 

 

 

...สูงจัง

 

 

 

สูงพอที่จะบดบังเมืองทั้งเมืองได้

 

 

 

 

แรมโบ้แอบศึกษาวิธีการเปิดประตูนั้น โดยคลำหาช่องทางลับ

 

 

 

เมื่อผลักก้อนหินที่ถูกต้อง ช่องลับก็จะเผยออกมา

 

 

 

 

ประตูเปิดออกแล้ว...

 

 

 

 

 

แรมโบ้สะพายย่ามใบหนึ่ง ตรวจดูของที่เขาเอามาด้วย มีแต่ของเล็กๆน้อยๆ เพราะเขาตั้งใจว่าจะแค่แวะมาเที่ยวชมสักหน่อย

 

 

 

สิ่งที่อยู่ในย่ามได้แก่

 

 

 

ขวดน้ำสายรุ้งที่มีรสชาติหวานอร่อย ดื่มแล้วจะรู้สึกสดชื่น มีกำลังวังชา กระปรี้กระเปร่า

 

 

ลูกกวาดสีรุ้งเป็นแท่งยาว ไว้สำหรับกินยามหิว

 

 

และหนังสะติ๊ก... ไว้ป้องกันตัว(?)

 

 

 

 

เมื่อประตูเปิดออก แรมโบ้มองเห็นอุโมงค์ที่มีแสงสว่างข้างหน้า เด็กหนุ่มมองอย่างแปลกใจก่อนจะค่อยๆเดินไปยังแสงนั้น ช่องลับที่เปิดออกก็ปิดลง...

 

 

 

 

 

 

อุโมงค์นี้ช่างยาวไกลนัก แต่เดินอีกไม่ไกลก็จะถึงแล้ว...

 

 

 

ใกล้จะถึงทางออกแล้ว แรมโบ้หรี่ตาลงกับแสงจ้า สองขาก้าวออกไปจนกระทั่งพ้นอุโมงค์

 

 

 

ดวงตาสีเขียวมรกตที่หรี่ลงค่อยๆลืมตาขึ้นอีกครั้ง เพื่อทัศนาภาพดินแดนแห่งใหม่นี้ชัดๆ

 

 

 

 

 

...เอ๋?

 

 

 

 

 

 

แรมโบ้อุทานออกมาด้วยความตกใจและประหลาดใจ

 

 

 

 

ทำไมเมืองนี้ถึงได้มีแต่ตึกแปลกๆทรงสี่เหลี่ยมเต็มไปหมด

 

 

 

ทำไมรอบข้างผู้คนจึงน้อยนัก แถมยังมีขยะกองเต็มไปหมด

 

 

 

ทั้งที่มีตึกอาคารมากมาย แต่เหตุไฉนจึงดูเหมือนไร้คนอยู่อาศัย ด้วยเหตุที่แลดูเก่าและสกปรกเหมือนไม่มีใครดูแล

 

 

 

แรมโบ้กำย่ามแน่น เริ่มเกิดความกลัว แต่เพราะคิดว่าไม่อยากถอยหลังกลับ จึงค่อยๆเดินต่อไป

 

 

 

แหงนมองท้องฟ้า... ทั้งที่เป็นเวลากลางวัน แต่ไฉนเมฆหมอกจึงเยอะ บดบังแสงอาทิตย์ พาให้โลกนี้ดูมืดยิ่งขึ้นไปอีก

 

 

 

เขาเริ่มมองเห็นผู้คนบ้างแล้ว เขามองเห็นชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งท่าทางน่ากลัวกำลังตะโกนใส่ชายผู้เคราะห์ร้ายคนหนึ่ง ชายผู้เคราะห์ร้ายตัวสั่นด้วยความกลัวก่อนจะรีบหยิบกระเป๋าเงินให้ทันที

 

 

 

แรมโบ้มองภาพนั้นด้วยความแปลกใจและตกใจกับสิ่งที่ตนไม่เคยเห็นมาก่อน

 

 

 

ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นหันมาเห็นเขาก่อนจะชักสีหน้าน่ากลัวใส่แล้วพากันเดินออกไป แรมโบ้สะดุ้ง ไม่เคยเห็นผู้คนทำหน้าตาน่ากลัวเท่านั้นมาก่อน

 

 

 

เดินลัดเลาะไปอีก มองเห็นร้านเหล้าที่มีบานพับครึ่งตัว พอให้มองเห็นข้างในได้

 

 

 

ข้างในเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น มีชายฉกรรจ์สองคนทะเลาะกัน ถึงขึ้นปาขวดแก้วแตก โต๊ะล้มระเนระนาด เสียงกรีดร้องของหญิงสาวด้วยความหวาดกลัวดังขึ้น พาให้หนุ่มน้อยผู้หลงถิ่นตัวสั่นไปด้วยด้วยความกลัวอย่างยิ่ง

 

 

 

 

...โลกนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน เหมือนกับที่พ่อแม่บอกเอาไว้จริงๆ

 

 

 

...กลับดีกว่าเรา

 

 

 

 

ในขณะที่จะหันหลังกลับไป แรมโบ้ก็ต้องเจอกับสิ่งที่ไม่คาดคิด

 

 

 

            "เห หนุ่มน้อย แกนี่หน้าตาน่ารักดีนี่หว่า" ชายผู้หนึ่งที่ดื่มเหล้าเมามายยิ้มให้กับแรมโบ้อย่างหื่นกระหาย เด็กหนุ่มมีสีหน้าไม่สู้ดี สองเท้ารีบถอยหลังตามสัญชาตญาณ

 

            "ยะ...อย่าเข้ามานะ!" เด็กหนุ่มร้องเสียงหลง แต่เมื่อชายดังกล่าวดูท่าจะยังไม่ยอมหยุด ทำท่าเหมือนจะมาลวนลามเขา แรมโบ้จึงรีบวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตทันที

 

 

 

ทั้งที่ไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน

 

 

 

ทั้งที่รู้ว่าจะต้องกลับไป

 

 

 

แต่กลับหนีมาในทิศทางตรงกันข้ามกับที่จากมา

 

 

 

 

 

 

ขณะนี้แรมโบ้กำลังหอบตัวโยนอยู่ในซอกตึกที่หนึ่ง

 

 

 

เด็กหนุ่มน้ำตาเอ่อ ไม่เคยรู้สึกถึงความกลัวขนาดนี้ในชีวิต

 

 

 

 

            "เราน่าจะเชื่อพ่อแม่... เราไม่น่าจากมาเลย" เด็กหนุ่มทรุดลงนั่งก่อนจะร้องไห้สะอึกสะอื้น ทันใดนั้นก็ต้องชะงักไป เมื่อได้ยินเสียงแปลกๆอยู่ ณ บริเวณนั้น

 

            "...อะ...อะไรน่ะ?" เอ่ยพึมพำกับตนเอง เมื่อทอดสายตาไปรอบๆก็ไม่เห็นอะไรนอกจากถังขยะเก่าๆ เศษขยะที่เกลื่อนบนพื้น แต่แล้วหูก็ได้ยินเสียงเหมือนมีใครวิ่งมาแถวนี้จากด้านหลัง

 

 

 

 

ร่างเล็กหันไปตามเสียงตามสัญชาตญาณ สายตาก็ไปปะทะกับร่างของชายผู้หนึ่งที่ยืนตาเหลือกอยู่ตรงหน้าเขา

 

 

ชายผู้นั้นเบิกตากว้างแลดูน่ากลัว แรมโบ้เองก็เบิกนัยน์ตากว้างด้วยความตกใจว่าจะโดนทำร้าย แต่แล้ว ร่างของชายผู้นั้นก็ล้มลงทับร่างเขา

 

 

 

ตุ้บ!

 

 

 

            "ว้ากกกกกก" เด็กหนุ่มกรีดร้องด้วยความกลัวก่อนจะพบว่าชายดังกล่าวแน่นิ่งไป แรมโบ้มองอย่างแปลกใจ ก่อนจะพบว่าที่หลังของชายผู้นี้มีเลือดไหลออกมา...

 

            "ละ...เลือด!!" แรมโบ้ร้องด้วยความกลัว สำหรับเขาแล้วเลือดเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก เพราะมันหมายถึงความตาย แรมโบ้รีบผลักร่างชายผู้นั้นออก สีหน้ายังคงตื่นตระหนกตกใจ

 

            "ก็แค่เลือด ทำโวยวายไปได้" และแล้วก็ต้องชะงักอีกรอบหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังมาจากข้างหน้า แรมโบ้ตัวชา ค่อยๆเงยหน้ามอง มองเห็นเท้าที่อยู่ในรองเท้าหนังสีดำสนิท ไล่ขึ้นมาเห็นกางเกงสีดำ ไล่ขึ้นมาเรื่อยๆจนเห็นเสื้อสูทสีดำและเสื้อเชิ้ตสีเหลืองที่มีเนคไทสีดำผูกไว้ ก่อนจะเลื่อนมาถึงใบหน้า

 

 

ชายรูปร่างสูงกำยำในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าแลดูไม่ชัดนัก แต่ก็มองเห็นแววตาที่แผ่จิตสังหารอันแรงกล้าเอาไว้ ใบหน้าส่วนหนึ่งถูกปิดไว้ด้วยหมวกสีดำที่มีที่คาดสีเหลือง ชายแปลกหน้าเรือนผมสีดำสนิท สีเดียวกับชุด จนเรียกได้ว่าทั้งตัวมีแต่สีดำ เป็นชายที่น่ากลัว ดุดัน แต่ก็เป็นบุคคลที่ดูดีมากในระดับหนึ่ง...

 

 

 

นี่เขาคิดอะไรอยู่เนี่ย มันใช่เวลามาคิดเรื่องแบบนี้ซะที่ไหนล่ะ

 

 

 

            "คุณ...คุณเป็น..." เด็กหนุ่มเอ่ยตะกุกตะกัก น้ำเสียงสั่นอย่างชัดเจน ชายปริศนา(?)ทอดมองอีกฝ่ายหัวจรดเท้าก่อนริมฝีปากได้รูปนั้นจะค่อยๆฉีกยิ้มมุมปาก...

 

 

 

 

เป็นรอยยิ้มที่สยองใช้ได้

 

 

 

 

            "แกน่ะ...มาจากยูโทเปียใช่หรือเปล่า" เอ่ยแทงใจดำเต็มๆ แรมโบ้อึ้ง นี่เขาดูชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอว่าเขามาจากที่ไหน แรมโบ้เก้ๆกังๆ รู้สึกได้ถึงความกดดันก็ไม่กล้าจะเสวนาต่อ ร่างเล็กค่อยๆยันตัวขึ้น มองไปทางโน้นทีนี้ทีอย่างไม่กล้าสบตาคนตรงนั้น

 

            "เอ่อ...เอ่อ...ผมก็กำลังจะกลับแล้วล่ะ แหะๆ...เอ่อ...ลาก่อนนะ" แรมโบ้ยิ้มแหยๆอย่างยิ้มไม่ค่อยจะออก โบกมือบ๊ายบายเสร็จก็หันหลังจะเดินออกไป

 

            "เดี๋ยว" เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือก... ไม่ใช่แค่เสียงที่ดุดันและเฉียบขาดที่ดังตามหลังมาเท่านั้น แต่เขายังรู้สึกได้ว่าผู้พูดบัดนี้ได้มาประชิดหลังเขาแล้ว ไวดุจสายฟ้าแลบ...

 

 

 

แรมโบ้สะดุ้งเฮือก ในใจเต้นระรัวกลัวที่สุดในชีวิต กลัวจะต้องถูกฆ่าตายอยู่ที่นี่ แต่ถึงกระนั้นก็ก้าวขาไม่ออก รู้สึกแข็งชาไปทั้งตัว

 

 

 

มือหนาตบลงบนบ่าเล็ก บุคคลที่สูงกว่าก้มลงมาเล็กน้อยก่อนจะเข้ามากระซิบที่ข้างหู

 

 

 

            "แกยังไปไหนไม่ได้" แรมโบ้หน้าซีด เหงื่อผุดพรายบนใบหน้า ขามันสั่นไปหมด ทั้งๆที่อีกฝ่ายเพียงแค่พูดด้วยแต่ทำไมในใจถึงได้กลัวได้ขนาดนี้

 

            "ทะ...ทำไมล่ะครับ?" เพราะอยู่ด้านหน้า ร่างเล็กจึงไม่มีโอกาสเห็นเลยว่า ใบหน้าของอีกฝ่ายท่าทางพอใจแค่ไหนที่ทำให้ตนกลัวได้ขนาดนี้

 

            "เพราะแกเห็นฉันฆ่าคน ฉันเป็นมือปืน ฉันจะให้ใครเห็นฉันตอนทำงานไม่ได้ และแก...ก็คือพยานคนสำคัญ" ในตอนนี้แรมโบ้อยากจะร้องไห้ออกมาแล้ว ร่างเล็กสั่นเทิ้มไปทั้งตัว น้ำเสียงสั่นเหมือนจะร่ำไห้

 

            "ผมขอร้อง ปล่อยผมไปเถอะ...ผมจะไม่บอกใครทั้งนั้น...ปล่อยผมไปเถอะ" ร่างสูงเมื่อเห็นปฏิกิริยาเช่นนั้นก็หัวเราะออกมา

 

            "ฮะๆๆ...แกนี่นะ คิดจริงๆเหรอว่า เมื่อเข้ามาในดิสโทเปียแล้วจะได้กลับออกไปง่ายๆ" และแน่นอนว่าคราวนี้แรมโบ้ร้องไห้ออกมาจริงๆ แต่ชายหนุ่มก็หาได้สนใจไม่

 

            "แก...มากับฉัน"

 

            "เอ๋?" เด็กหนุ่มชะงัก เงยหน้ามองอย่างสงสัย ชายหนุ่มหันหลังกลับไป พูดโดยไม่หันมา

 

            "คิดเหรอว่าฉันจะปล่อยพยานอย่างแกไปง่ายๆ อีกอย่าง...แกกำลังหลงทางอยู่ใช่ไหมล่ะ" ร่างสูงพูดจบก็เดินออกไปทันที แรมโบ้มองตามอย่างไม่เข้าใจนัก แต่ถึงกระนั้นก็รีบวิ่งตามไปติดๆ

 

 

 

 

อะไรกัน...เขานึกว่าจะถูกฆ่าเสียแล้ว

 

 

 

แล้วมือปืนคืออะไร? ทำไมจะต้องคอยฆ่าคน?

 

 

 

แล้วคนๆนี้กำลังจะพาเขาไปที่ไหน?

 

 

 

 

 

ถึงจะหาคำตอบให้กับเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ แต่ก็ยังเดินตามเขาไป

 

 

 

เดินตามเขาไปเรื่อยๆๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

โดยไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่.

 

 

 

 

TBC

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
มันดาร์ครึเปล่า?? ไม่มีเจตนาอะไรพิเศษแค่อยากแต่งเรื่องของคน 2 คนที่อยู่ใน 2 โลก ก็เลยนึกถึงคู่นี้ค่ะ
แนวเรื่องก็น่าจะออกดราม่าและดาร์คค่ะ แต่อาจจะไม่ได้ SM สุดขั้วนะคะ
อยากแต่งแบบอาร์ตๆ...
ตั้งใจแต่งเป็น Short Fic แต่ไม่รู้กี่ตอนจบนะ
 
 
 
 
 
 
 
จะมีใครอ่านมั้ยเนี่ย?

Comment

Comment:

Tweet

เราอ่านนะ =,,=
ชอบแนวน้องน้องโบ้โดนทำร้าย

#6 By myfunny. on 2013-10-11 13:40

น่ะ น่านไง
เเรมโบ้คะ อยู่ดีไม่ว่าดีจะออกมาทำไมละนั่นน่ะ = =;;
///ออกมาเเล้วได้เรื่อง โดนรีบอร์นล่อลวงเลยนั่น่ะ
*โดนเจ้จูนตบ*

#5 By @I_ on 2013-08-24 21:28

เง้อ จะรอติดตามเน้อ
ชอบคู่นี้อ่ะ ^^
แรมโบ้น่ารัก น่าฟัด น่ากด(?) แล้วมือปืนรีบอร์นจะทำยังไงต่อ!!?!!

#4 By Kyono-Hana on 2013-08-20 22:55

@praewasri แพรวจังงงง ดีใจที่ยังไม่ทิ้งเจ้ T^T
ชอบ RL เหมือนกันเหรอ *w* ดีใจ ที่เจอแม่ยกคู่แรร์เหมือนกัน

#3 By roku-san on 2013-08-20 21:49

มีคร๊าาาาาาา \('w' แหม๋ๆ (-.,- อย่าพึ่งน้อยใจเลิกเขียนจิ ยังมีเราที่ติดตามอยู่นะพี่จูน สำหรับเรื่องนี้ แรมโบ้น่ารัก (-..- มว๊ากกกก.. อยากรู้ตอนต่อไปจริงๆว่ามือปืนรีบอร์นจะทำยังไงต่อๆๆๆๆๆ (หยิบทิชชู) จะรอซับเลือดตอนหน้า(????!!)

#2 By stamp (49.49.209.13) on 2013-08-20 21:36

รอติดตามต่อค่ะ
ชอบRLมากๆเหมือนกัน กรี๊ดดดดด~
เจ้าชายแรมโบ้จะทำอย่างไรต่อไป~อัย~อัย

#1 By PamaiPraewa on 2013-08-20 21:31