[AuFic + FanArt] KHR Dante x Alaude,D18 - Equine Lineage Part III END

posted on 04 Jul 2013 20:58 by roku-san in Fic directory Fiction, Cartoon

[AuFic]

Title: Equine Lineage Part III END

Author: Rokugatsu

Pairing: Dante x Alaude, D18

Categories: Supernatural, Romance, Drama

Rate: PG

Note: คู่ปู่ย่าจบแล้วค่ะ อย่าลืมติดตามต่อใน "Over the Horizon" ของ D18 นะคะ

Intro >> http://roku-san.exteen.com/20130426/aufic-khr-dante-x-alaude-d18-equine-lineage-intro 

Part I >> http://roku-san.exteen.com/20130512/aufic-khr-dante-x-alaude-d18-equine-lineage-part-i

Part II >> http://roku-san.exteen.com/20130521/aufic-khr-dante-x-alaude-d18-equine-lineage-part-ii

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 
 
 
 
 

เคร้ง!! 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงของโลหะสีเงินดังกระทบกับสิ่งๆหนึ่งก้องกังวานไปทั่วบริเวณ

 

 

 

 

หากแต่ภาพที่เห็นเป็นที่ตะลึงงันแก่ทุกคนในพิธีนั้น

 

 

 

มิใช่เสียงขวานที่สับลงบนคอ

 

 

มิใช่เสียงอาวุธที่ดังกระทบกับสันขวาน หากแต่...

 

 

 

 

สันขวานที่เพชฌฆาตลับคมมาอย่างดี ที่เคยใช้ประหารนักโทษมาไม่รู้กี่ราย บัดนี้ใบมีดกลับหลุดออกจากด้าม ตกกระทบลงบนลานศิลา จนทำให้เกิดเสียงกังวานไปทั่ว 

 

 

 

เพชฌฆาตเบิกนัยน์ตากว้างอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเห็น

 

 

เมื่อครั้งที่ตนสับขวานลงไป ตนมั่นใจว่ากะตำแหน่งดีแล้ว ฉับเดียวขาด

 

 

แต่เมื่อสับลงไป ราวกับโลหะปะทะโลหะ สันขวานไม่สับลงไปบนคอของเซนทอร์ ไม่แม้แต่จะสร้างรอยขีดข่วนเลยแต่อย่างใด หนำซ้ำใบมีดนั้นยังหลุดออกมาจากด้าม ราวกับเขาเพิ่งฟันหินลงไปจนขวานขาดสะบั้น

 

 

 

 

อเลาดิยืนนิ่ง ตัวชา

 

 

 

นี่มันอะไรกัน?

 

 

 

 

 

 

 

 

            "เฮ้ย จะมัวยืนอึ้งอยู่ทำไม สับอีกสิ!" โฆษกที่ยืนตะลึงเรียกสติคืนมาก่อนจะรีบสั่งทหารที่อยู่แถวนั้นขึ้น ทหารต่างมองหน้ากันงงๆ แต่ก็ยอมเอาอาวุธในมือเข้ามายื่นให้เพชฌฆาต... เพชฌฆาตเมื่อหายตะลึงก็รีบหยิบดาบขึ้นมา มองดันเต้ด้วยอารามอยากเอาชนะ

 

            "ตายยากนักใช่ไหม" สิ้นเสียงก็เงื้อดาบขึ้นก่อนจะตวัดฉับลงไปที่ตำแหน่งคอทันที

 

 

 

 

เคร้ง!!

 

 

 

 

อีกเช่นเคยที่ดาบก็ฟันไม่เข้า เพชฌฆาตเริ่มหน้าเสีย ด้วยความหงุดหงิดจึงกระหน่ำฟันลงไปไม่ยั้งทันที

 

 

 

 

เคร้ง

 

 

 

เคร้ง

 

 

 

เคร้ง

 

 

 

เคร้ง

 

 

 

 

            "คอมันทำด้วยเหล็กกล้าหรือไงนะ!?" เพชฌฆาตกระหน่ำฟันรวมทั้งแทงไม่ยั้ง แต่ก็ไม่ระคายผิวกายเลยแม้แต่น้อย ในขณะเดียวกัน ผู้โดนประหารยังคงมีท่าทีสงบนิ่ง ไม่แสดงอาการใดๆออกมา แถมยังดูสบายๆอีกต่างหาก

 

 

 

 

เพชฌฆาตหยุดฟันด้วยความเหนื่อย ก่อนจะหันไปสั่งทหาร

 

 

 

            "เฮ้ย พวกแกน่ะ จับตัวมันไว้ ข้าจะเอาหอกนี่แทงมัน" ทหารสองนายรับคำ ก่อนจะเข้าไปพยุงร่างของเซนทอร์หนุ่มให้ยืนขึ้น ดันเต้ก็ยอมลุกขึ้นแต่โดยดี ท่าทีที่ดูสมยอมง่ายๆก็ยิ่งทำให้เพชฌฆาตหงุดหงิด เช่นเดียวกันกับประชาชนที่คอยดูอยู่

 

 

 

เมื่อหอกสีเงินถูกปล่อยออกไป อเลาดิใจเต้นระส่ำ...

 

 

 

ถึงอาวุธอื่นๆจะทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเป็นหอกล่ะ...

 

 

 

พ่อของดันเต้ก็เคยบาดเจ็บเพราะหอกมาแล้ว

 

 

 

 

 

ทำไมกัน...

 

 

ทำไมข้าถึงกลัวว่าเขาจะตาย

 

 

 

ทั้งๆที่ข้าต้องการให้เขาตาย

 

 

 

 

สิ่งที่ทำอยู่ มันถูกต้องแล้วหรือ

 

 

 

 

 

 

 

 

คมหอกพุ่งออกไป พร้อมๆกับหัวใจที่เต้นระรัว...

 

 

 

ไม่นะ...ได้โปรดเถิด อย่าให้เขาเป็นอะไรไปเลย 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดันเต้ไม่เขลาพอที่จะยืนรับคมหอกเสียดื้อๆ

 

 

ลำพังแล้วพละกำลังของเซนทอร์มากกว่ามนุษย์ เพียงแค่กระตุกนิดเดียวก็หลุดจากพันธนาการมนุษย์ได้ ชายหนุ่มผู้มีครึ่งล่างเป็นม้าเคลื่อนตัวด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแลบ กระโดดหลบคมหอกที่พุ่งตรงมา ผ่านไปได้อย่างเฉียดฉิว

 

 

เมื่อเซนทอร์หลุดจากพันธนาการ ร่างสูงใหญ่นั้นก็ยกขาหน้าขึ้นราวกับจะประกาศชัยชนะ แน่นอน...ชาวบ้านที่มุงดูอยู่นั้น มองภาพนั้นด้วยความตกตะลึงก่อนจะเรียกสติได้ กลุ่มชาวบ้านที่เพิ่งด่าทอและปาข้าวของใส่เซนทอร์นั้นก็แตกฮือ ก่อนจะพากันวิ่งหนีออกไปอย่างไม่คิดชีวิต

 

 

อเลาดิเรียกสติตนกลับคืนมาได้ก็นิ่งคิด สถานการณ์ในตอนนี้กลับตาลปัตร สมองกำลังประมวลผลว่าจะทำอย่างไรกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น

 

 

 

            "ท...ทหาร จับมัน!!" นั่นคือสิ่งที่ควรจะทำในอันดับแรก ส่วนอันดับต่อไปค่อยมาคิดอีกที ทหารต่างรีบวิ่งวุ่นเข้ามาจะจับตัวไว้แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เพราะกลัวจะถูกเท้าม้าเหยียบเข้า

 

ดันเต้มองทหารที่อยู่รอบๆตัวพลางเคลื่อนไหวไปรอบๆเพื่อไม่ให้ใครกล้าเข้าใกล้เขา พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นอเลาดิที่ยังคงยืนมองมาทางตนนิ่งๆ เซนทอร์หนุ่มมองนิ่งก่อนจะยกเท้าหน้าขึ้นแล้วรีบกระโจนฝ่าวงล้อมทหาร ควบฝีเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว ตรงเข้ามาเรื่อยๆ...เรื่อยๆ...จนมาหยุดตรงหน้าอเลาดิ

 

 

 

ครั้นเนตรสีอำพันสบกับเนตรสีผืนนภา ราวกับโลกทั้งใบหยุดนิ่ง

 

 

อเลาดิมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเศร้าเสียใจ ใช่แล้ว... ณ ขณะนี้ เจ้าชายผู้สูงศักดิ์ผู้นี้กำลังเสียใจในสิ่งที่ตนได้กระทำลงไปกับเซนทอร์หนุ่ม

 

 

ทำไมเขาถึงโหดร้ายกับดันเต้ได้ถึงเพียงนี้

 

 

นี่เขาคิดจะฆ่าคนที่ไม่เคยทำร้ายเขา หนำซ้ำยังรักเขายิ่งกว่าอะไรในชีวิต

 

 

 

สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้ มีเพียงส่งสายตาสำนึกผิด บ่งบอกให้รู้ว่าเขานั้นเสียใจมากเพียงใดกับการกระทำของตนเอง

 

 

ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะรับรู้ได้หรือไม่ เพราะสีหน้าของดันเต้ที่มองมานั้นสงบนิ่ง หากแต่แววตานั้นบ่งบอกถึงความโกรธได้อย่างชัดเจน

 

 

ดันเต้วิ่งมาหยุดมองตรงหน้าเพียงชั่วครู่ ก่อนจะรีบกระโจนออกไป ไม่มีใครจับได้ไล่ทัน

 

 

ร่างของเซนทอร์หนุ่มค่อยๆลับหายไกลออกไปในป่าลึก อเลาดิมองตามแผ่นหลังนั้นไปจนลับสายตา

 

 

 

            "ฝ่าบาท จะทำเช่นไรดีพ่ะย่ะค่ะ?" อีกครั้งที่กลับคืนสติได้เพราะเสียงทหาร อเลาดิกำหมัดแน่น หันมองรอบตัวก็ไปสะดุดตากับดาบเล่มหนึ่งที่ตกอยู่ ร่างบางรีบเข้าไปคว้าเอาดาบเล่มนั้นมาก่อนจะรีบวิ่งไปที่คอกม้า เลือกเอาม้าที่ใกล้ตัวที่สุดมาขี่ขึ้นหลัง กระตุกบังเหียนควบตามไปทันที

 

 

 

 

 

กุบกับ

 

 

กุบกับ

 

 

กุบกับ

 

 

 

 

 

 

อเลาดิควบม้าไปอย่างรวดเร็ว ตามเส้นทางไปยังถ้ำของดันเต้ ในหัวของเขาตอนนี้คิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว

 

 

 

เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำไมต้องไล่ตามดันเต้มา

 

 

 

เมื่อไปถึงแล้วเจอดันเต้ เขาควรจะปลิดชีพดันเต้ไหม

 

 

 

หรือดันเต้อาจจะแค้น จนปลิดชีพเขาเสียเองกันแน่

 

 

 

 

สิ่งที่เขารู้ก็คือ...การออกตามหาเซนทอร์เพียงลำพังนั้น เป็นความคิดที่โง่เง่าสิ้นดี

 

 

 

 

แต่ในเมื่อตามมาได้ครึ่งทางแล้ว เขาก็ไม่คิดจะหยุด สิ่งใดจะเกิดขึ้นต่อไป ก็คงต้องปล่อยให้มันเกิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อเลาดิดึงบังเหียนเพื่อให้ม้าหยุด ร่างบางกระโดดลงจากหลังม้า มองดูหน้าถ้ำที่เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของดันเต้

 

 

 

เงียบเชียบ...ไม่มีใครอยู่ ณ ที่นั่น

 

 

 

 

หากไม่อยู่ เขาก็ไม่รู้แล้วว่าจะตามตัวได้ที่ไหนอีก

 

 

 

ชายหนุ่มเรือนผมสีบลอนด์ซีดค่อยๆก้าวเดินเข้าไปยังตัวถ้ำ หวนระลึกถึงเหตุการณ์เมื่อสองคืนที่ผ่านมา...

 

 

 

 

 

 

เขากับดันเต้นอนด้วยกันบนกองฟางนี้

 

 

 

เขาตื่นมารับอรุณ เจอดันเต้ที่ตีนเขา ณ ตรงนี้

 

 

 

ชะเง้อมองบริเวณไม่ไกลจากนั้น ตรงนั้นคือที่ที่เขาและดันเต้กินอาหารเช้าด้วยกัน...

 

 

 

 

ทำไมกัน ทำไมเราถึงจำเหตุการณ์ต่างๆได้แม่นยำนักนะ?

 

 

 

 

ร่างบางเดินหันกลับเข้ามายังตัวถ้ำ ค่อยๆเดินเข้าไปยังกองฟางที่ปูทับถมกันเป็นเตียงนอน หวนนึกถึงคำพูดทั้งหลายของดันเต้

 

 

 

 

 

            'ตั้งแต่วินาทีแรกที่ข้าได้เห็นเจ้า ข้าก็ตกหลุมรักเจ้าเสียแล้ว'

 

 

 

 

ยิ่งคิด...ก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวด เศร้าใจ ร่างบางค่อยๆย่อตัวคุกเข่าลง เอามือลูบไปบนกองฟางอย่างช้าๆ

 

 

 

 

 

            "เพราะเหตุใด...เพราะเหตุใดกัน" อเลาดิรำพึงกับตัวเองเบาๆ น้ำเสียงสั่นไหว

 

            "เหตุใดข้าจึงมิอาจฆ่าเขาได้ลง..."

 

 

 

 

สิ้นเสียง หูก็ได้ยินเสียงกุบกับมาจากข้างหลัง อเลาดิรีบหันตัวไป ลุกขึ้นยืนจ่อดาบออกไปตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว...

 

 

 

 

ดังที่คาด เป็นบุคคลที่เขากำลังคิดถึง...

 

 

 

 

            "กำลังมองหาข้าอยู่หรือ" บุรุษครึ่งคนครึ่งม้ารูปร่างสูงใหญ่บัดนี้กำลังยืนอยู่ตรงปากถ้ำ ณ ตรงหน้าเขา ใบหน้าคมมีสีหน้าเรียบนิ่ง ยากจะเดาได้ว่าคิดอะไรอยู่

 

            "หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ" ร่างบางเอ่ยขึ้นเป็นเชิงขู่ มือยังไม่ยอมลดดาบที่ชี้หน้าอีกฝ่าย ดันเต้เลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่มีท่าทีตื่นกลัว เมื่อมองดูดีๆ ร่างเล็กแลดูอาจหาญแต่แท้จริงก็กำลังหวาดกลัว ร่างสูงกระตุกยิ้ม

 

            "เจ้าก็เห็น ที่ลานประหาร ว่าอาวุธใดๆก็ทำอะไรข้าไม่ได้" ดันเต้ไม่สนใจคำขู่ของร่างบาง ร่างสูงโปร่งค่อยๆก้าวเดินเข้ามาหา ใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนร่างกายประชิดกับปลายดาบที่ถูกยื่นออกมา

 

            "อย่าเข้ามานะ! แล้วอย่าหาว่าข้าไม่เตือน" ใบหน้าคมแสยะยิ้มให้กับความอวดดีของร่างเล็ก ชายหนุ่มร่างสูงยกมือขึ้นก่อนจะกดปลายดาบให้ลดระดับลง เนตรสีอำพันฉายแววเด็ดเดี่ยวมาดมั่น บ่งบอกถึงสถานะที่เหนือกว่า

 

            "หึ...อเลาดิ ต่อให้เจ้าจะแทงข้าที่หัวใจ เจ้าก็ฆ่าข้าไม่ได้หรอก" สิ้นเสียง ร่างสูงก็จับข้อมือที่ถือดาบบิด ร่างบางร้องโอ๊ยด้วยความเจ็บ เผลอปล่อยดาบร่วงลงกับพื้น ในจังหวะที่ร่างกายบิดไปตามมือ ร่างสูงจึงใช้โอกาสนั้น ดึงร่างบางเข้ามากอดประชิดแผ่นอกจากด้านหลัง

 

 

 

หมับ!

 

 

 

            "ปะ...ปล่อย! ปล่อยข้านะ!!" อเลาดิพยายามดิ้นให้หลุดแต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นต่ออ้อมแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยพละกำลังมหาศาลนั้นได้ หนำซ้ำยังถูกโอบรัดให้แนบชิดกับแผงอกกว้างแน่นขึ้นอีก

 

ดันเต้กระหยิ่มยิ้ม ค่อยๆโน้มใบหน้าเข้ามากระซิบข้างหู

 

 

            "เจ้ารู้ความจริงข้อนั้นดี แต่เจ้าก็ยังตามข้ามา" เนตรสีฟ้าใสเบิกกว้างราวกับถูกจี้ใจดำ พยายามดันลำแขนนั้นออกไป

 

            "ข้าเปล่านะ!!" ดันเต้หัวเราะ

 

            "ถ้าเช่นนั้น เจ้ามีเหตุผลอันใดล่ะ แม้ว่าเจ้าจะตามหาข้าเจอ แต่อาวุธที่เจ้าถือมา อย่างไรเสียก็ใช้ฆ่าข้าไม่ได้อยู่ดี" จบประโยค ร่างบางนิ่งชะงักไป ปฏิเสธไม่ออก เพราะในตอนนั้นเขาทำอะไรอย่างไม่คิดชีวิต คิดเพียงแต่ว่าจะต้องตามดันเต้ไป และจะต้องตามตัวให้เจอด้วย...

 

 

อเลาดิมัวแต่ครุ่นคิดถึงการกระทำของตนเอง ลืมที่จะขัดขืนหรือดิ้นให้หลุดออก ดันเต้เมื่อเห็นอเลาดินิ่งไปเช่นนั้นก็เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ร่างสูงค่อยๆโน้มลงประชิดซอกคอขาว สูดดมกลิ่นไอจากตัวอีกฝ่าย

 

 

 

            "กายเจ้าช่างหอมยิ่งนัก ราวกับบุปผาในวิมานบนสรวงสวรรค์..." ร่างบางเพิ่งได้สติ ขยับจะดิ้นต่อ ชายหนุ่มครึ่งคนครึ่งม้าส่ายหน้าก่อนจะยิ้มบางๆ

 

            "อย่าได้ขัดขืนต่อไปอีกเลย ถึงอย่างไรพละกำลังมนุษย์เพียงน้อยนิดก็สู้พละกำลังของเซนทอร์อย่างข้ามิได้หรอก"

 

            "ข้าบอกว่าให้ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!!" ร่างเล็กยังคงดื้อดึงที่จะขัดขืนต่อไป ดันเต้ถอนหายใจเล็กน้อยอย่างระอาในความดื้อรั้นก่อนจะจับยกร่างของอเลาดิขึ้นจนตัวลอย

 

            "เอ๊ะ นี่ เจ้าจะพาข้าไปไหนน่ะ ปล่อยนะ!" ขาเรียวบางทั้งสองแกว่งไปมาในอากาศ มือบางทุบลำแขนแกร่งไม่ยั้ง...ราวกับหญิงสาวก็ไม่ปาน ดันเต้ไม่สนใจเสียงโวยวายของอเลาดิ เมื่อร่างบางร้องให้ปล่อย เขาก็ปล่อย...

 

 

 

 

แต่ปล่อยบนกองฟาง

 

 

 

 

ตุ้บ!

 

 

 

 

 

            "ฮะ...เฮ้ย เจ้า...ปล่อยข้าลงตรงนี้ทำไม!?" เนตรสีอะความารีนเบิกกว้างด้วยความตกใจ แน่ล่ะ...เมื่อสองคืนก่อนเขาก็ถูกโยนลงบนที่นอนนี่เหมือนกันและ...

 

 

 

ครานี้ก็คงไม่ต่างกัน!!

 

 

 

ดันเต้มีสีหน้าสงบนิ่ง พลัน...ร่างครึ่งคนครึ่งม้าก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นร่างมนุษย์

 

 

 

อเลาดิรู้ได้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ร่างบางรีบลุกขึ้นทันทีแต่ก็ถูกมือของร่างสูงผลักให้ล้มลงไปอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

ตุบ!

 

 

 

 

 

 

            "นี่เจ้า...คิดจะทำอะไรน่ะ" เสียงที่เอื้อนเอ่ยแผ่วลงอย่างประหลาด ราวกับว่าชายหนุ่มร่างบางนี้กำลังหวั่นวิตก ดันเต้กระตุกยิ้มมุมปากอย่างนึกขัน

 

            "ไม่ต้องกลัวไปหรอก ก็ทำอย่างที่เจ้าคิดนั่นแหละ" พูดจบก็กระโจนลงคร่อมอีกฝ่ายทันที ใช้มือยันทั้งสองข้างเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้หนีไปไหน

 

            "ไม่...อย่านะ เจ้าเซนทอร์บ้ากาม ลามก!!" ตะโกนด่าพลางใช้แขนบดบังใบหน้าตนเอง ดันเต้มองท่าทีของอีกฝ่ายยิ้มๆ ค่อยๆเอามือดันแขนทั้งสองให้ลดระดับลง

 

            "ข้าไม่ฝืนใจคนที่ข้ารักหรอกน่ะ" อเลาดิมองอย่างแปลกใจ แต่แล้วก็ตกใจเมื่อใบหน้าคมค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ร่างบางหลับตาปี๋ด้วยความหวาดหวั่น

 

 

 

จุ๊บ

 

 

 

ริมฝีปากของร่างสูงประทับลงกับหน้าผากของร่างบางก่อนจะผละออก อเลาดิค่อยๆลืมตาขึ้นมาอีกครั้งอย่างแปลกใจ ดันเต้คลี่ยิ้มบางๆ

 

 

 

            "ข้าอยากให้เจ้าพร้อม ข้าไม่อยากฝืนใจเจ้า ข้าอยากจะทำเมื่อเจ้าก็ต้องการมันจริงๆ ไม่ใช่เพราะถูกบังคับ เพราะฉะนั้น...วันนี้ข้าจะอดใจรอไว้ก่อน" ร่างสูงค่อยๆผละออกมานั่ง อเลาดิได้ฟังก็ขมวดคิ้ว ไม่พอใจ

 

            "เจ้าบ้าไปแล้วหรือ จะมีใครหน้าไหนที่เตรียมใจก่อน พอพร้อมแล้วค่อยมาบอกอีกฝ่ายว่า 'เรามาทำกันเถอะ' แบบนั้นมันไม่น่าอายไปหน่อยหรือไร!?" ชายหนุ่มเรือนผมสีดำสนิทชะงัก ค่อยๆหันมามองใบหน้าสวยที่บัดนี้กำลังทำหน้าตึง

 

            "เจ้าจะบอกว่า...ข้าสามารถทำได้โดยไม่ต้องถามความสมัครใจเจ้าก่อนอย่างนั้นหรือ??" ร่างบางอ้าปากกำลังจะตอบแต่แล้วก็เพิ่งคิดได้ว่า...นี่เราพูดเช่นนี้เหมือนกับว่าเรากำลังเชิญชวนเขาอยู่ยังไงยังงั้น!

 

            "มะ...ไม่ใช่ซะหน่อย!!" มาปฏิเสธเอาตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว เมื่อใบหน้าหล่อเหลาแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะผลักร่างอีกฝ่ายให้ลงไปกับที่นอนอีกครั้งหนึ่ง

 

 

 

 

ดวงตาสีท้องฟ้าฉายแววตื่นตระหนกก่อนจะหลบสายตาอีกฝ่ายและหลับตาปี๋ ดันเต้ยิ้มกว้าง...ที่แท้ อเลาดิก็แค่อาย

 

 

 

มือหยาบใช้มือจับใบหน้าสวยให้หันมามองเขาตรงๆ ร่างเล็กค่อยๆลืมตาขึ้น สบเนตรสีอำพันนิ่งโดยไม่หลบตา ทั้งสองมองตากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนร่างสูงจะเป็นฝ่ายโน้มใบหน้าลง...

 

 

 

 

 

 

...และมอบจุมพิตให้กับร่างบาง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อเลาดิไม่ได้ขัดขืนอีกต่อไป ดวงหน้าสวยหลับตาพริ้มรับสัมผัสอุ่นบนริมฝีปาก ริมฝีปากได้รูปประกบจูบลงบนกลีบปากบาง เล้าโลมริมฝีปากอยู่ชั่วครู่ก่อนจะดุนลิ้นออกมา เผยอกลีบปากให้อ้าออกก่อนจะสอดลิ้นเข้าไป

 

 

 

ดันเต้รู้สึกได้ถึงแรงจิกบนไหล่ของตน ร่างข้างใต้กระตุกเกร็งเล็กน้อยด้วยความไม่คุ้นเคยแต่มันกลับยิ่งทำให้เขาอยากรุกหนักยิ่งขึ้น

 

 

 

 

 

นี่เป็นครั้งแรก...ที่เขาได้ทำอะไรแบบนี้

 

 

 

 

กับคนที่เขารัก

 

 

 

 

อาจจะเรียกได้ว่าคล่องแคล่ว ชำนิชำนาญ... อาจเป็นเพราะเขารักคนตรงหน้านี้มากเหลือเกิน

 

 

 

 

 

ร่างสูงตวัดเลียริมฝีปากบางทิ้งท้าย แต่มันคือปฐมบทแห่งการร่วมรัก

 

 

 

 

เมื่อลืมตาขึ้น มองเห็นอีกฝ่ายกำลังหอบหายใจถี่ๆ ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงราวกับกุหลาบป่า เหมือนกับจะยั่วยวนเขา โดยไม่รู้ตัว

 

 

 

 

 

ร่างสูงหอบหายใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น

 

 

 

            "ข้าขอถามเจ้าให้แน่ใจ ว่าเจ้าต้องการและยินยอมที่จะเป็นของข้าหรือไม่ หากเจ้าปฏิเสธ ข้าก็จะหยุดแค่ตรงนี้" ร่างบางได้ฟังก็หัวเราะเบาๆ มือบางยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของร่างสูงเบาๆ

 

            "หากข้าไม่ ข้าจะยอมให้เจ้ามอบจุมพิตให้กับข้าหรือ..." ใบหน้าคมคลี่ยิ้มกับคำตอบที่ได้รับ

 

            "ถ้าเช่นนั้น...เจ้ารักข้าหรือไม่ อเลาดิ" รอยยิ้มของอเลาดิค่อยเลือนหายไป ดวงตาคู่สวยมองไปทางอื่น ริมฝีปากบางขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่ออกมาจากใจจริงๆ...ครั้งแรก

 

            "ข้าเป็นเจ้าชายรัชทายาท มีภาระหน้าที่มากมายที่ข้าต้องดูแล แม้จะมียศถาบรรดาศักดิ์ มีเงินทองใช้สอย มีสมุนรับใช้ทั่วราชอาณาจักร แต่ข้าก็หาได้มีความสุขไม่ จนเมื่อข้ามาพบกับเจ้า..." เนตรสีน้ำทะเลค่อยมาสบตาร่างสูง ยังคงพูดต่อไป

 

            "ข้าเองก็ไม่เข้าใจตัวเอง ว่าเหตุใดคนที่ข้ารู้จักเพียงข้ามคืน แต่สามารถทำให้ข้าไม่อาจลืมเขาได้ลงแม้สักวินาทีเดียว แม้ว่าข้าจะบอกกับตัวเอง ว่าประชาชนต้องมาก่อน แต่ข้าก็มิอาจทำใจฆ่าเจ้าได้... เจ้ารู้ไหมดันเต้ ว่าหากขวานนั่นฟันคอเจ้าขาด ข้าเองก็คงจะปลิดชีพตามเจ้าไปด้วยเช่นกัน" ดันเต้ได้ฟังก็ตกใจ รีบพูดขึ้นทันที

 

            "ไม่ได้นะ เจ้าห้ามคิดอะไรเช่นนี้เป็นอันขาด หากข้าต้องตาย เจ้าก็ควรจะอยู่ต่อไปสิ" อเลาดิยิ้มบางๆ

 

            "ข้าตายเพราะความอัปยศ ความรู้สึกผิด ความเสียใจในภายหลังที่ข้าได้ฆ่าคนที่ข้ารักที่สุดลงไป" สิ้นเสียง ดันเต้ตกตะลึงกับคำสารภาพรักของอเลาดิ ในอกคับแน่นเหมือนจะระเบิด รู้สึกดีใจจนพูดอะไรไม่ออก มือหยาบยกมือบางเข้ามากุมไว้แน่น

 

            "เจ้ารู้ไหม ว่าข้ารอคำนี้มานานเหลือเกิน ข้า...ข้าดีใจมาก ดีใจมากเหลือเกิน" ใบหน้าคมซุกลงบนแผ่นอกของร่างเล็ก อเลาดิยิ้มบางๆ มีความสุขเช่นกันที่ได้พูดออกไป

 

            "ถ้าเช่นนั้น พรุ่งนี้เรามาจัดงานแต่งงานกันเถอะ" ดันเต้เอ่ยขึ้น อเลาดิมองอย่างประหลาดใจ

 

            "งานแต่งงาน? แล้วใครจะมาจัดให้กับเราล่ะ??" ร่างสูงยิ้มอย่างมีเลศนัย ในขณะที่ร่างบางยังคงขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจในท่าทีของอีกฝ่าย...

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่ออรุณมาเยือน เหล่าสัตว์ป่าที่พากันหลับใหลก็ตื่นขึ้นมารับวันใหม่

 

 

วันนี้ฤกษ์งามยามดี ในป่าอันเงียบสงบ บัดนี้มีเสียงกลองประโคมไปทั่วป่า เหล่าสัตว์น้อยใหญ่พากันไปรวมตัวอยู่ ณ วิหารใจกลางป่า รวมไปถึงบรรดานางไม้ที่อาศัยอยู่ลับๆโดยที่มนุษย์ไม่รู้

 

 

ไหนจะชนเผ่าเอลฟ์หูแหลม ที่ใช้เวทมนตร์เปิดประตูหินลงอาคมไว้ อาศัยอยู่ในดินแดนที่มนุษย์ไม่เคยพบเจอ

 

 

 

ทั้งหมดกำลังเคลื่อนไหว เพื่อไปงานมงคลสมรสของบุคคลสำคัญ...

 

 

 

 

เจ้าชายอเลาเด้เฟรดิอาโน่แห่งราชวงศ์คาวัลโลเน่ และเซนทอร์หนุ่มตัวสุดท้าย ดันเต้ 

 

 

 

 

 

 

บัดนี้อเลาดิอยู่ในชุดเจ้าสาวที่เหล่านางไม้จัดมาให้ อีกทั้งยังลงทุนต่อเติมวิก ประดับผมด้วยดอกไม้ป่าสีขาว จากเจ้าชายผู้องอาจได้แปลงโฉมเป็นเทพธิดาแห่งป่าเขาก็ว่าได้

 

 

ส่วนเซนทอร์หนุ่มนั้นเล่า ผมสีดำสนิทประดับมงกุฏใบลอเรล มีผ้าพาดไหล่พาให้ดูภูมิฐานมากขึ้น ดุจดังเทพอะพอลโล่ก็ไม่ปาน

 

 

 

 

คู่บ่าวสาวยืนประจำที่ โดยมีเทพคิวปิด(ชื่อโรมันของเทพอีรอส บุตรของเทพีวีนัส) มาเป็นสักขีพยาน

 

 

อเลาดิมองไปรอบๆตัวด้วยความประหม่า ก่อนจะเข้าไปกระซิบกับดันเต้เบาๆ

 

 

 

 

            "ก็แค่งานสมรสเล็กๆน้อยๆ ไม่เห็นจำเป็นจะต้องลำบากถึงท่านเทพเลยนี่นา" ดันเต้หันมามองเจ้าสาว(?)ของตนก่อนจะหัวเราะเบาๆ

 

            "ไม่หรอก ก็ในเมื่อเราไม่สามารถจัดพิธีตามแบบมนุษย์ได้ ก็ต้องจัดโดยเทพ และ...มันก็ไม่ใช่งานเล็กๆเสียหน่อย ดูสิ มากันทั้งป่าเลย" อเลาดิตีแขนดันเต้เบาๆด้วยความเขินอาย เทพคิวปิดในร่างของชายหนุ่มเต็มวัยและมีปีกนกสีขาวที่เป็นเอกลักษณ์มาในชุดเทพโรมันโบราณ แลดูสง่างามและองอาจยืนอยู่ตรงหน้าคู่บ่าวสาว รอบๆมีเหล่าบรรดานางไม้ใส่ชุดแบบกรีกโบราณ ถือช่อดอกไม้สีสวยยืนเรียงรายกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม อเลาดิรู้สึกประหม่ายิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเห็นแขกในงาน ล้วนเป็นสัตว์ป่าและสัตว์ประหลาดแปลกๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

 

เป็นดังที่ดันเต้ว่า สัตว์ประหลาดเช่นเขายังมีอีกมากนัก

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อพิธีสมรสสิ้นสุดลง บรรดาแขกเหรื่อทั้งหลายก็เข้าไปส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าเรือนหอ คือถ้ำของดันเต้ ที่บัดนี้ประดับประดาไปด้วยผ้าและดอกไม้ป่าจนสวยงาม

 

 

            "ขอให้พวกเจ้าทั้งสองครองรักกันตราบนานเท่านาน" เทพคิวปิดกล่าวทิ้งท้ายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เหล่านางไม้ต่างพากันโบกมือให้

 

            "ว่างๆก็แวะมาที่โอลิมปัสบ้างนะ พวกเราต้อนรับพวกเจ้าเสมอ" เมื่อร่ำลากันจบก็ค่อยๆทยอยกันเดินออกไป ทิ้งไว้เพียงแต่...

 

 

ข้าวใหม่ปลามันเพียงสองคน 

 

 

 

อเลาดินั่งลงบนเตียงที่มีผ้าสีขาวคลุมทับและโรยด้วยกลีบกุหลาบ มองไปรอบๆด้วยความไม่คุ้นชินก่อนจะคิดในใจว่า ช่างประดับประดาอะไรขนาดนี้ ดูจะเกินเหตุไปหน่อย

 

 

จึงไม่ได้สังเกตเลยว่าอีกฝ่ายจ้องมองเขามาได้สักพักแล้ว...

 

 

 

 

            "วันนี้เจ้าสวยมากเลย อเลาดิ" เมื่อได้ยิน เจ้าของนามก็สะดุ้งหันมามอง มองเห็นใบหน้าคมคลี่ยิ้มหวาน มองมาที่ตนแบบตรงๆ ร่างบางทำอะไรไม่ถูก มือไม้ได้แต่ขยำชายผ้าอยู่อย่างนั้น

 

            "ใครบอก ดูตลกล่ะไม่ว่า ข้าเป็นบุรุษแท้ๆ แต่ต้องมาสวมใส่อาภรณ์สตรี" ดันเต้หัวเราะเบาๆก่อนจะเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ ร่างสูงขยับเข้ามานั่งข้างๆ ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย ไม่กล้าหันมาสบตาคนข้างๆ

 

            "แล้วตอนนี้เราจะทำอะไรกันดี?" เมื่อได้ยินคำถาม ใบหน้าสวยก็บึ้งตึงทันที ว่ายังมีหน้ามาถามอีก! แล้วแบบนี้จะให้เขาตอบว่าอย่างไร?

 

            "นอน!" ร่างบางตัดบทดื้อๆก่อนจะล้มตัวลงนอนหันหลังให้ แกล้งทำเป็นหลับ ดันเต้มองส่ายหัวอย่างนึกขัน แกล้งเข้าไปนอนข้างๆพลางโอบรอบเอว

 

            "แค่นอนเหรอ..." เนตรสีนภาเบิกโพลงเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นๆที่บริเวณเอว ร่างบางนอนตัวแข็ง ไม่กล้าขยับ

 

            "ละ...แล้วจะให้ทำอะไรเล่า!?"

 

            "หึ...นี่เจ้าโง่หรือแกล้งโง่กันแน่ คู่แต่งงานเวลาเข้าหอแล้วเขาทำอะไรกันล่ะ" ในตอนนี้มันไม่ใช่แค่โอบแล้ว แต่มือเริ่มซุกซนดึงเชือกที่รัดทรงร่างบางด้านหลังให้คลายออก เป็นอันว่าจะเปลื้องผ้าร่างบางนั่นเอง อเลาดิตกใจ รีบหันมาจับมือร่างสูงทันที

 

            "จะทำอะไรน่ะ!?"

 

            "ถามแปลกๆ ก็ถ้าใส่เสื้อผ้ามันก็ไม่ถนัดน่ะสิ ถ้าเจ้าไม่ยอมถอด ข้าจะถอดให้เอง"

 

            "หยุดนะ! เจ้าม้าแก่ ลามก!" ดันเต้คลี่ยิ้ม

 

            "เสร็จข้าล่ะ" ร่างสูงฉวยโอกาสที่ร่างบางตกใจขึ้นคร่อมก่อนจะโน้มลงประกบจูบทันที ร่างบางที่เคยขัดขืนเริ่มอ่อนลงก่อนจะคล้อยตามไปในที่สุด มือหยาบค่อยๆปลดเปลื้องอาภรณ์ข้างใต้ไปเรื่อยๆ ปล่อยตัวปล่อยใจให้เป็นไปตามอารมณ์...

 

 

 

 

 

 

 

ความรักบางทีก็มาในรูปแปลกประหลาด

 

 

 

 

บางคนรู้จักกันมาตั้งนานแต่เพิ่งจะมารักกัน

 

 

 

บางคนแค่ในช่วงเวลาอันสั้นก็สามารถตกหลุมรักอีกฝ่ายอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

 

 

 

 

แต่ไม่ว่ามันจะมีรูปแบบอย่างไร มันก็ยังสวยงาม

 

 

 

ความรักสวยงามเสมอ

 

 

 

เพราะความรักเปลี่ยนมุมมองคนบางคน จากโลกที่แสนธรรมดาเป็นโลกที่สดใสสวยงาม

 

 

ความรักเปิดใจคนคับแคบให้เปิดกว้างที่จะยอมรับผู้อื่น

 

 

ความรักทำให้คนบางคนไม่รู้สึกเดียวดายอีกต่อไป เพราะรู้ว่ามีใครอีกคนเห็นความสำคัญของตน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และในตอนนี้...ข้าก็ได้พบกับคนๆนั้น คนที่ข้าตามหามานาน

 

 

 

ข้าก็ไม่ลังเล...ที่จะฝากชีวิตไว้กับคนๆนั้น ตลอดไป.

 

 

 

 

 

 

 

 

            "ข้าขอถามหน่อยสิ เหตุใดเจ้าจึงฟันแทงไม่เข้า?"

 

            "มันเป็นคำสาปมาแต่โบราณกาลแล้วว่า เซนทอร์จะตายด้วยหอกเท่านั้น ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเพราะเหตุใด"

 

            "ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็รู้มาตลอด เจ้าหลอกข้า!"

 

            "หึหึ ขืนบอกก็ไม่สนุกน่ะสิ ข้าก็แค่อยากรู้นักว่าเจ้าจะทำอย่างไรกับข้า"

 

            "คนบ้า! เจ้าทำให้ข้าใจหายหมด"

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

มหาสมุทรสีคราม ขนาบคู่ผืนฟ้าอันกว้างใหญ่ ไกลสุดลูกหูลูกตา ไม่อาจหาจุดสิ้นสุดได้

 

 

 

 

 

ทะเลคือชีวิตของข้า

 

 

 

ข้าอาจจะไม่ได้เกิดในทะเล แต่ชีวิตของข้านั้นขึ้นอยู่กับมัน

 

 

 

ครั้นมองไปยังเส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้นนั้น ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่า มันมีอะไรรออยู่

 

 

 

 

 

 

 

เส้นขอบฟ้านั้นแบ่งกั้นอะไรหลายๆอย่าง

 

 

 

นอกจากผืนฟ้าและมหาสมุทร

 

 

 

 

กลางวันและกลางคืน

 

 

 

 

โลกตะวันออกและโลกตะวันตก

 

 

 

 

 

เสียงล่ำลือหนักหนาว่าโลกแบน ระวังเดินทางไปสุดขอบโลกแล้วจะพลัดตกจากขอบโลกได้

 

 

 

แต่ข้า...ดีโน่ ผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่อภยันตรายใดๆ ไม่หวาดหวั่นอยู่แล้ว

 

 

 

ต่อให้ต้องเดินทางไปสุดขอบโลก ข้าก็ยินดีที่จะไป

 

 

 

เพื่อค้นหาสิ่งใหม่ๆ และอาจจะได้พบกับสิ่งที่ใจโหยหา ดีกว่าอยู่นิ่งเฉยแต่อย่างเดียว

 

 

 

 

 

ก็อย่างที่ข้าได้บอกไป... ทะเลคือชีวิตของข้า

 

 

 

ต่อให้ข้าต้องตายไป ข้าก็ยังมั่นใจ ว่าจิตวิญญาณของข้าจะยังคงอยู่ที่ท้องทะเลเสมอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...นี่แหละ คือวิถีโจรสลัดแห่งแหลมอิตาลี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ซู่!

 

 

 

 

เสียงคลื่นกระทบฝั่งบนชายหาดสีขาวแห่งหนึ่ง เรือสำเภาลำใหญ่เคลื่อนมาจอดเทียบท่าเกาะที่ร้างผู้คน ครั้นทอดสมอเสร็จ บรรดาลูกเรือก็พากันเดินลงมาทัศนาดูหาดทรายที่ตนไม่เคยเห็นมาก่อน...

 

 

 

หรือพูดให้ถูกคือ พวกโจรสลัด 

 

 

 

 

 

 

รองเท้าส้นสูงสีดำสนิทก้าวลงบันไดลงมาก่อนจะเหยียบย่ำลงบนผืนทรายสีขาวละเอียด ดวงตาสีอำพันทัศนาป่าที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ริมฝีปากได้รูปแสยะยิ้มอย่างพอใจ มือหยาบยกแผนที่ขึ้นมาคลี่ดูก่อนจะเอ่ยขึ้น

 

 

 

            "ถึงแล้วสินะ...เกาะ*วองโกเล่"

 

 

 

แน่นอนว่าพวกเขามีเป้าหมายในการมาเกาะร้างแห่งนี้ สมบัติชิ้นสำคัญที่ซุกซ่อนอยู่ในวิหารลี้ลับที่บัดนี้กลายเป็นซากอารยธรรมไปแล้ว...

 

 

 

แส้ม้าพยศแห่งวองโกเล่ 

 

 

 

ครั้นเมื่อกษัตริย์จ็อตโต้ กษัตริย์องค์สุดท้ายได้เสด็จสวรรคตไป ก่อนตายพระองค์ได้สร้างวิหารชิม่อน เพื่อเก็บทรัพย์สมบัติทั้งหมด และแส้ม้าพยศที่ล่ำลือกันว่า ใครได้ครอบครอง ผู้นั้นจะเป็นเจ้าแห่งยุทธจักร จากคำบอกเล่าของชายวัยกลางคนในร้านเหล้าที่พวกเขาได้แวะมายามขึ้นบกก็พาให้พวกเขาและกัปตันดีโน่ หาทางมายังเกาะร้างแห่งนี้ทันที

 

 

 

 

 

 

            "กัปตัน! กัปตันดีโน่!" ลูกเรือคนสนิท โรมาริโอ้ เป็นชายวัยกลางคนใส่แว่น ผมสีดำสนิทและไว้หนวดวิ่งกระหืดกระหอบมาหาผู้เป็นนาย ชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าหลายเท่าหากแต่ได้เป็นถึงกัปตันเรือหันมาหาลูกน้องของตน

 

            "มีเรื่องอันใดรึโรมาริโอ้?" ชายวัยกลางคนหยุดหอบหายใจครู่หนึ่งก่อนจะตอบผู้เป็นนาย

 

            "ที่ตรงโน้น พบศพของเด็กหนุ่มคนหนึ่งขอรับ!!"

 

 

 

 

 

 

 

            "ตายรึยัง?"

 

            "ยังม้าง"

 

            "ลองเอาไม้เขี่ยดูสิ"

 

            "หน้าตาดูเอเชียๆ คนจีนรึเปล่าน่ะ"

 

            "ไม่หรอก สิงคโปร์มากกว่า"

 

            "เฮ้ย ข้าว่าไม่ใช่หรอก ญี่ปุ่นมากกว่า"

 

            "เอ้า หลีกทางให้กัปตันหน่อย"

 

 

 

เสียงของโรมาริโอ้ดังขึ้นพาให้เหล่าลูกเรือที่ยืนเป็นไทยมุงพากันแหวกทางให้ 'กัปตัน' ของพวกตนทันที

 

 

            "กัปตันขอรับ มีร่างของเด็กหนุ่มชาวเอเชียไม่ทราบสัญชาติลอยมาเกยฝั่ง และไม่ทราบว่าตายหรือยังขอรับ"

 

 

 

ดีโน่ขมวดคิ้ว เพ่งพินิจพิจารณาร่างของ 'เด็กหนุ่ม' ที่ว่านั้นชัดๆ

 

 

 

เรือนผมสีดำสนิทระต้นคอ ดวงหน้ามน จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากบางเป็นสีซีดเพราะแช่น้ำมานาน ผิวพรรณแบบคนผิวเหลือง หาใช่ชาวตะวันตกไม่ ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองสั้นเข้ามาจับพลิกร่างที่นอนสลบอยู่ให้หงาย...

 

 

เนตรสีอำพันตกตะลึงไปชั่วขณะ...

 

 

 

ร่างบอบบางที่ห่อด้วยยูกาตะสีดำสนิทชั้นดีหลุดลุ่ยราวกับเพิ่งผ่านมรสุมมา เผยให้เห็นไหล่บางเล็ก แผ่นอกแบนราบแทบไม่มีกล้ามเนื้อ เอวที่คอดเล็กเสียจนดูเหมือนกับสตรีก็ไม่ปาน ทว่าดวงหน้าสวยในยามหลับนั้นกลับสะกดใจเขาได้อย่างน่าประหลาด...

 

 

 

เมื่อเอามืออังจมูกก็พบว่ายังหายใจอยู่ ดีโน่ช้อนเอาตัวเด็กหนุ่มขึ้น ก่อนจะหันไปสั่งกับลูกน้อง

 

 

 

 

 

          "เช็ดตัวเขาให้แห้ง รอให้เขาฟื้น ข้าจะให้เขาร่วมทางไปด้วยกับเรา"

 

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

 
 
 
 

[AuFic]

Title: Over the Horizon Intro

Author: Rokugatsu

Pairing: D18, Dante x Alaude

Categories: Supernatural, Adventure, Romance, Comedy, Drama

Rate: PG

Note: ภาคต่อของ Equine Lineage เจ้าค่ะ มาดูคู่หลานๆบ้าง

Over the Horizon หมายถึง เหนือเส้นขอบฟ้าค่ะ เส้นขอบฟ้าคือเส้นกั้นระหว่างผืนฟ้าและทะเล เหตุผลที่ตั้งชื่อนี้ก็เพราะนึกถึงโจรสลัดค่ะ เวลาออกเรือไปกลางมหาสมุทร สิ่งที่มองเห็นไกลสุดลูกตาก็มีแต่เส้นขอบฟ้าที่ไม่รู้ว่าอีกฝั่งหนึ่งจะมีใครสักคนรออยู่หรือเปล่า//ชักเน่า

 

ปล.เหตุการณ์และชื่อตัวละครทั้งหมดเป็นการสมมุติขึ้น ไม่มีอยู่จริง

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 
 
 
 
 
 
 
 
 
ตบท้ายด้วยอินโทรของ D18 ค่ะ
แถมท้ายด้วยแฟนอาร์ต 2 รูปเด้อ
 
 
 
 
 
 
 
 
คู่บ่าวสาวเค่อะ (วาดอเลาดิให้เหมือนผู้หญิงหน่อย เพื่อความปลอดภัยของตัวคนวาดเค่อะ T_T)
 
 
 
 
และโปสเตอร์ของทั้งสองคู่
 
 
 
 
 
ที่มาอัพช้าเพราะมัวแต่วาดแฟนอาร์ตนี่แหละค่ะ
 
 
 
 
อย่าลืมติดตามคู่โจรสลัดเด้อ

Comment

Comment:

Tweet

โอ๊ยสนุกมากกกกกกกกกก
ตอนแรกนึกว่าดันเต้จะต้องตายซะแล้ว
แอบใจหายแว๊บๆ
พอมาต่อด้วยคู่D18รู้สึกตื่นเต้นยังไงก็ไม่รู้><

#11 By mmay on 2014-06-08 22:17

โดยปกติแล้วชอบฟิค D18 แต่ D18 รุ่นปู่(ครึ่งคนครึ่ง)ม้า กับ ย่าเมฆาก็ฟินไปอีกแบบ (-.,-b 

#10 By stamp (49.49.209.13) on 2013-08-20 22:00

หายไปนานเลย รออ่านอยู่นะคะ
สู้้ๆค่ะ เป็นกำลังใจให้big smile

#9 By Piangfah (49.231.97.20) on 2013-08-13 12:35

น่ารักอ่ะ -,,-

#8 By Kurosama! on 2013-07-18 21:26

รออ่านd18><

#7 By entamable (172.16.2.213, 61.7.181.134) on 2013-07-18 08:41

เขินค่ะเจ้  =////=
(อย่าถามนะทำไมอะ!!//โดนตบ)
คุณย่าขาซึนมากเลยค่ะเจ้  เเต่สุดท้ายเเล้วก็ตามคุณปู่เเกไปละเนอะ=///= องค์ราชินีเเพ้ความใกล้ชิด ฮิ้วๆๆ
อยู่ๆก็มีเเต่เธอมาปรากฏตัวในหัวใจ <3
#มาเป็นเพลง
เขินปู่ตอนย่าตามมาง้อ(?)กับตอนเข้าห้องหอ =///= โอ๊ย  ไอ้สายตาเเบบจะกลืนกิน(???)นั่นมันอะไรกันค้าาา เค้าเขินนะปู่ขา
อยากอ่านพี่ม้าโง่วกับคุณฮิอะ*0* อ๊ากกกก
 //ข่วนๆๆๆๆ  
ว่าเเต่เหตุจั๋งใดลูกสาวนัมเบอร์วันของเราถึงลอยน้ำมา *ลอยที่ไหนไม่ลอย ลอยมาหาเสี่ยขา นี่สินะบุพเพ!! #หนูถูกนะคะ ห้ามเอากะละมังเขวี้ยง=3=*

#6 By @I_ on 2013-07-06 21:21

ในที่สุดก็..หนีตามกันไปสินะ> <
ย่าก็แค่ซึนเอง เห็นมะ
นึกว่าเคียวยะจะเป็นเงือกซะอีกXD
@Noo_Nut ฟินจนน้ำตาไหลเลยเร้อ =0=
@praewasri ชอบแนวโจรสลัดเหรอ ดีจ้ะ เพราะเรื่องต่อไปนี้จะเป็นคนละแนวกับคู่ปู่ย่า ออกแนวผจญภัยนิดๆ และไม่เน้นดราม่า เน้นโรแมนติกคอมเมดี้ น่าจะถูกใจ
@chaste-child  ใช่ค่ะ ได้วันพีซมาแล้ว แต่โจนสลัดผักจะทำอะไรกับวันพีซนั้น ต้องติดตามตอนต่อไปกันนะคะ

#4 By roku-san on 2013-07-06 12:05

ค่อยยังชั่ว จบแบบแฮปปี้เวดดิ้ง ทีแรกนึกว่าเจ้าชายน้อยจะถลารับดาบแทน ไม่ก็..พ่อม้าหนุ่มจะกระโจนคาบเจ้าชายหายลับไป
ช่างเป็นคู่ที่เยือกเย็นเหมาะสมกันจริง
ส่วนอีกคู่ นึกว่าคุณโจรสลัดจะมาตามล่านกน้อยในกรงทองเสียอีก แต่ไม่เป็นไร ได้วันพีซ(?) ในมือแล้วนี่..
เอ่อ...ยูกาตะนี่หลุดลุ่ยเฉพาะท่อนบนเองเหรอ??

#3 By chaste-child on 2013-07-05 13:18

การี๊ดดดดดดด สุดท้ายอเลาดิก็ตามเขาไปสินะ...ดันเต้น่ารักมากเลยอ่า ชอบมากเลยตอนแต่งงาน*ฟิน แต่ปู่หื่นจริงๆนั่นแล
รอติดตามเรื่องโน่ฮิต่อค่ะ ชอบแนวโจรสลัดมากกกกก!
ปล.เจ้วาดแฟนอาร์ทสวยมากค่ะ=..=

#2 By PamaiPraewa on 2013-07-05 09:16

อ่านรวบยอด(?) นานๆทีจะแวะมาอ่าน

คือ...มันฟินง่ะเจ้ >_< อ่านไปน้ำตาไหลพรากๆๆๆเป็นทางจนแทบจะรวบเป็นทะเลสาบเล็กๆได้แล้ว

คือ...ตอนจะจบ ปู่หื่นมาก!!!!! หื่นเกิ๊น

ต่อไปม้านกสินะก๊ะ! -....,- //ทำหน้าเพ้อฝัน

#1 By Noo_Nut (103.7.57.18|115.67.226.109) on 2013-07-04 23:18