สวัสดีค่ะ หายหน้าหายตาไปนาน บางทีอาจจะไม่มีใครเข้ามาเลยก็ได้แต่โรคุยังมีชีวิตอยู่นะคะ
 
ตอนแรกคิดว่าคงไม่ได้มาอัพอีกเลยเพราะ exteen ก็ร้างๆไปแล้ว แต่วันนี้ก็มีเหตุให้ได้มาอัพค่ะ
 
ตามหัวข้อน่ะแหละ...โรคุโดนก็อปฟิคค่ะ!
 
เมื่อรู้ตัวโรคุถึงกับอุทานออกมาว่า ดีออกกกกกกกกก
 
ไม่คิดไม่ฝันว่าจะโดนค่ะ แบบ...ฟิคกูดีขนาดนั้นเลยเรอะ?? แต่แหมชื่นชมเฉยๆก็ได้ จะมาแอบอ้างแบบนี้มันไม่งามเลยนะคะ หึหึ
 

 
**คำเตือน: ระวังบล็อกแหก
 
ลิ้ง>> จิ้ม แต่ว่ามันเป็นฟิคในกลุ่มลับค่ะ เข้าไปคงจะดูไม่ได้
 
ภาพนักก็อป>>
 
 
 
อ่านแบบเต็มๆนะคะ
 
>> ลิ้งรูป กดที่แว่นขยายเพื่อดูเต็มๆ
 
 
 
 
มาดูต้นฉบับนะคะ
 
ในเด็กดี>> จิ้ม
 

 

 
 
 
 
 
 
มาใน exteen มั่ง>> จิ้มเลย
 

 
 
เหมือนเด๊ะแบบนี้ ก็อปแน่นอน เนื่องจากเพิ่งเห็น (ลงเมื่อ 3 ชม.ที่แล้ว) แล้วพอดีว่ารูปแฟนอาร์ตเด่นสะดุดตามาก จำได้ของพี่ MYO เลยจิ้มเข้าไป แค่อยากรู้ว่าจะเป็นฟิคอะไร อุต๊ะ...ฟิคกูเองนี่หว่า
 
ความรู้สึกแรกคือ...เหยดดดดดดดเข้!! ฟิคกูมีคนก็อปแล้วเว้ยๆๆๆๆ แบบนี้กูเทียบเท่านักเขียนปรมาจารย์แล้วสินะ//โดนโบก
 
ความคิดที่สองคือ ดีออกกกกกกก เอาของของกูไป ไม่ขอ ไม่ใส่เครดิต เจตนาแอบอ้างชัดๆ เคืองค่ะเคือง
 
แล้วเราก็รีบแคปมาอย่างว่องๆนี่แหละ...
 
ล่าสุดเจ้าตัวยังไม่ได้ออกมาพูดอะไร (สงสัยจะยังไม่เห็น)

[Diary] แจ้งข่าวที่หายไปนาน

posted on 03 Dec 2014 12:07 by roku-san in diary directory Diary
สวัสดีค่ะ มีใครยังจำโรคุได้มั่ง โรคุลองมาอัพบล็อกดู ไม่รู้จะอัพได้รึเปล่านะ คือมาอยู่จีนนี่มีปัญหาเยอะมาก
 
แบบเวลาจะเข้าเฟซหรือยูทูบต้องใช้โปรแกรมปลดบล็อกค่ะ ซึ่งปกติเปิดก็สามารถเข้าบล็อกได้ตามปกติ
 
แต่แล้วจู่ๆก็เข้าไม่ได้ซะงั้น ลองปิดโปรแกรมปลดบล็อกดู เฮ้ย ก็เข้าไม่ได้อีก
 
ไม่รู้เกิดไรขึ้น แต่ว่าแต่ละทีไม่เหมือนกันเลยค่ะ
 
บางทีก็เป็นแบบข้างบน บางทีก็ต้องปิดโปรแกรมปลดบล็อกถึงจะเข้าได้ แต่มันก็ไม่ยอมโหลดหรือโหลดช้ามากกกกก
 
บางทีเปิดก็เข้าได้ แล้วจู่ๆก็มาเข้าไม่ได้ (งงเนอะ) แล้วบางทีเข้าได้ แต่ล็อกอินไม่ได้อีก (เอ้า)
 
แต่ล่าสุดล็อกอินได้ละ แล้วสักพักถึงจะเข้ามาหน้านี้ได้นะเนี่ย (อะไรก็ไม่รู้)
 
คิดว่า...คงจะไม่ได้อัพบล็อกอีกนานจนกว่าจะกลับไทยล่ะค่ะ
 
อีกประการหนึ่งคือช่วงนี้งดแต่งฟิค แล้วหันไปแต่งนิยายในเล้าเป็ดค่ะ co กะรุ่นพี่เอา (และไม่รุ่ง)
 
ใครอยากสอบถามอะไร ติดต่อหลังไมค์หรือทางเฟซโรคุก็ได้ค่ะ>> จิ้ม
ไม่ได้อัพบล็อกมานานเลย ยอมรับว่ายังดองฟิคอยู่ค่ะ เอาแฟนอาร์ตมาแปะกันร้าง
 
แฟนอาร์ตนี้เป็นคู่ 10069 ค่ะ แต่เป็นคู่ย่อยรองจากคู่หลัก D18 จากเรื่อง Over the Horizon
 
 
สำหรับคนที่อยากอ่าน>>
อินโทร: จิ้ม
ตอน 1: จิ้ม
 
 
 
 
สปอยเล็กๆน้อยๆว่า ในภายหลัง ฮิบาริจะได้กลับไปเยือนดินแดนบ้านเกิดของตนแน่นอน(ญี่ปุ่นน่ะแหละ) และจะได้เจอกับเพื่อนสนิทสองคน หนึ่งในนั้นจะเป็น โรคุโด มุคุโร่ โออิรัน(ชาย)อันดับ 1 แห่งหอนายโลมนามิโมริที่มาพร้อมกับความงามและเสน่ห์อันเหลือร้ายที่ใช้มัดใจชายหนุ่ม(เวอร์) แต่มุคนสวยเป็นฝ่ายนายเอกนะคะ เพราะงั้นไม่ได้มีบทบาทในการแย่งดีโน่แน่นอน แต่จะมาช่วยเหลือฮิของเราค่ะ
 
ส่วนช่วยเหลือยังไงนั้น แน่นอนว่าต้องขออุบไว้ หึหึ...
 
 
 
 
แต่สำหรับสาวก SM อย่างเรา วาดมุแล้วไม่วาดเบียก็กระไรอยู่ เลยแถมเบียไปด้วยซะเลย ประมาณว่าเป็นลูกค้าประจำค่ะ เหอๆ แขกวีไอพี ประมาณนั้น(ไม่มีบทบาทเด่นอะไรมาก)
 
 
 
 
 
 
ลง BG ไว้สองแบบค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
รูปแรกเป็นแบบเพียวๆ ไม่ลง BG พื้นขาวธรรมดา
 
 
 
มุแรดเนอะ 555
 
 
 
 
 
 
 
 
ลง BG แบบกลางวัน
 
 
 
 
 
 
 
ให้บรรยากาศสดใส อบอุ่นๆเนอะ ปล.ไม่กล้าลงลายเซ็นค่ะ เพราะพื้นหลังเราไม่ได้วาดเอง
 
 
 
 
 
 
ต่อไปเป็นแบบตกกลางคืน
 
 
 
 
 
 
จงใจใช้สีแดงๆ ม่วงๆ เพื่อให้บรรยากาศแลดูอิโรติกๆ#ผิด
 
 
รู้สึกว่าฟีลจะแตกต่างกัน เพียงเปลี่ยนฉากหลังเท่านั้น เหอๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เห็นหน้าแรดๆแบบนี้ ลองมาดูตอนล้างเมคอัพออกกันนะคะ
 
 
 
 
 
 
 
 
แมนขึ้นทันตา!! แต่นี้แหละนังมุในแบบที่โรคุต้องการ คือ ถึงจะสวย เริ่ด เชิด หยิ่ง แค่ไหน แต่ก็ยังเป็นปู้จายอยู่นะฮะ!!
 
 
 
 
 
 
 
 
ปล.โรคุค่อนข้างชอบชุดโออิรันค่ะ เพราะงี้เลยอยากวาดด้วย โออิรันชายกับหญิงต่างกันตรงผมนี่แหละ หญิงจะอลังกว่า(มั้ง)
 
 
 
ปล.อีกที ออฟิคเรื่องนี้ช่วงหลังๆจะเน้นไปทางญี่ปุ่นโบราณนะคะ

[SF] HBD Dino - D18 - At Least [Part 2/2 END]

posted on 07 Feb 2014 03:22 by roku-san in Fic directory Fiction

[SF]

Title : At least Part 2/2 END

Author : Rokugatsu

Pairing : D18

Categories: Drama, Angst, Romance, Comedy(?)

Rate : PG

Note : มาถึงตอนจบของฟิคนี้แล้วนะคะ ขอโทษที่ลงช้าค่ะ แบบว่าไฟมันไม่มี ตอนนี้ก็มาต่อแล้วค่ะ

ตอน 1: จิ้มค่ะ

ฟิควันเกิดพี่โน่ปีที่แล้ว:

ตอน 1

ตอน 2 จบ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กว่าจะรู้ตัว...ก็สาย 

 

 

 

ยังสายไปรึเปล่านะ?

 

 

 

 

 

 

 

            "คุซาคาเบะ..."

 

            "ครับคุณเคียว"

 

            "วันนี้วันที่เท่าไหร่?"

 

          "วันที่ 1 ก.พ.ครับ"

 

 

 

 

 

 

 

 

อิตาลี คฤหาสน์คาวัลโลเน่

 

 

 

            "ขอดื่มให้กับคุณดีโน่ คาวัลโลเน่ เพื่อฉลองวันครบรอบวันเกิด 23 ปี!!" งานวันเกิดของดีโน่ถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โต โดยมีบรรดาไฮโซและแฟมิลี่ต่างๆมาร่วมงาน ชายเจ้าของวันเกิดอยู่ในชุดสูทดูภูมิฐาน ผมเผ้าที่มักจะกระเซอะกระเซิงถูกจัดแต่งด้วยเจลหวีจนเรียบมาดราวกับคุณชาย ดีโน่ถือแก้วแชมเปญเดินรอบๆงานคอยยิ้มทักทายแขกแต่ละคนพร้อมกับคอยรับกล่องของขวัญแต่ละชิ้นตามมารยาท ดนตรีจังหวะวอลซ์สบายๆเป็นสัญญาณให้เต้นรำ

 

            "มันอาจจะดูแปลกไปหน่อยนะคะ แต่ว่า...เต้นรำกับดิฉันสักเพลงได้มั้ยคะ?" เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังมาจากด้านหลัง ชายหนุ่มหันไปมองก็เห็นหญิงสาวผู้หนึ่งในชุดเดรสสีแดงเข้มเรียบหรูกำลังส่งยิ้มให้ ดีโน่ยิ้มบางๆ

 

            "ได้สิครับ..." ดีโน่ส่งมือออกไป หญิงสาววางมือลงบนฝ่ามือของชายหนุ่มก่อนทั้งคู่จะพากันไปเต้นรำกลางฟลอร์

 

 

 

            "ขออภัยที่เสียมารยาท...ฉัน อลิเช่ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก" หญิงสาวเอ่ยแนะนำตัว ชายหนุ่มยิ้มรับตามมารยาท

 

            "ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ ซินญอริน่าอลิเช่" ชายหนุ่มและหญิงสาวประสานมือและโอบรอบลำตัวอีกฝ่ายเป็นท่าลีลาศแบบช้าๆ

 

            "คุณดูไม่มีความสุขเอาเสียเลยนะคะคุณเจ้าของวันเกิด" ดีโน่หัวเราะเบาๆ

 

            "ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็มีความสุขดีที่ได้กินเลี้ยงและเต้นรำกับคุณ" อลิเช่หัวเราะ

 

            "เหรอคะ...แต่ว่าแววตาเศร้าหมองที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มของคุณน่ะ มันปิดไม่มิดหรอกนะคะ..." หญิงสาวเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น

 

            "และนี่คือเหตุผลว่าทำไม ดิฉันเป็นฝ่ายเอ่ยขอคุณเต้นรำน่ะค่ะ" ดีโน่คลี่ยิ้ม รู้สึกว่าคงจะตบตาผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เสียแล้ว

 

            "คุณเคยแอบรักใครบ้างมั้ยครับ คุณอลิเช่?" หญิงสาวคลี่ยิ้ม...เธอเดาได้ถูกจุดจริงๆสินะ

 

            "ดิฉันไม่เคยค่ะ..." ชายหนุ่มยกแขนขึ้นให้หญิงสาวได้หมุนตัวรอบหนึ่ง

 

            "แต่ดิฉันพอจะเข้าใจความรู้สึกนั้นดีอยู่"

 

            "แล้วถ้าหากคุณรักคนๆนั้น แต่จนแล้วจนรอดไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่อาจรักคุณได้ คุณจะทำยังไง?" ดีโน่เอ่ยปากถาม อลิเช่เว้นช่วงคิดคำตอบครู่หนึ่ง

 

            "ก็ทำใจ...ยังไงล่ะคะ 'ยังมีปลาอีกมากมายในมหาสมุทร' เราก็ไม่ควรไปยึดติดในสิ่งที่ไม่อาจไขว่คว้ามาได้ เดินไปข้างหน้าดีกว่าค่ะ..." ทั้งสองไม่พูดอะไรต่อ ยังคงโยกย้ายไปตามจังหวะเพลง อลิเช่เห็นชายหนุ่มเงียบไปก็แซว

 

            "นี่ไปแอบรักสาวที่ไหนจนโดนเขาอกหักล่ะคะเนี่ย" เมื่อได้ฟัง ดีโน่ก็หลุดหัวเราะออกมา ทั้งคู่หัวเราะเบาๆ

 

            "ไม่น่าเชื่อ...ว่าหนุ่มรูปหล่อ ฐานะดีอย่างคุณจะถูกผู้หญิงปฏิเสธได้ ดิฉันว่าผู้หญิงคนนั้นต้องตาบอดแล้วแน่ๆ" ดีโน่หัวเราะ

 

            "ไม่หรอกครับ ผมไม่ได้ดีขนาดนั้น แต่บางที...นั่นอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมรักเธอก็เป็นได้" อลิเช่เลิกคิ้วอย่างสงสัย ดีโน่คิดถึงฮิบาริขึ้นมาวูบหนึ่ง

 

            "เธอเป็นคนยังไงหรือคะ?"

 

            "ก็...เอาแต่ใจ ปากแข็ง หัวดื้อ ไม่ชอบสุงสิงกับใคร" หญิงสาวขมวดคิ้ว

 

            "แลดูเธอเป็นคนน่ากลัวจังนะคะ..." ชายหนุ่มหัวเราะ

 

            "แต่ลึกๆแล้วเธอก็เป็นคนดี ถึงเธอมักจะไม่ชอบพูดตรงๆ แต่ผมก็รู้สึกได้ถึงความห่วงใยที่เธอมีให้กับผม ช่วงที่ผมเข้าโรงพยาบาล เธอถูกขอร้องให้มาช่วยดูแลผม ดูเธอเหมือนจะไม่เต็มใจนักแต่เธอก็มาทุกวัน ไม่เคยบกพร่อง จนผม...แอบคิดเข้าข้างตัวเองไปไม่ได้"

 

            "แหม...คุณนี่ก็ทำตัวเป็นสาวน้อยแรกรักไปได้นะคะ" อลิเช่แซวอีก ทั้งคู่หัวเราะเบาๆ

 

            "แต่ฉันว่ามันก็แปลกนะคะ ที่เธอปฏิเสธคุณ แต่กลับดูแลคุณดีเสียขนาดนี้"

 

            "หมายความว่าไงเหรอครับ?"

 

            "โธ่คุณดีโน่คะ ผู้หญิงที่ไหนเขาจะมาดูแลคนที่ไม่ได้รักทุกวี่ทุกวัน เว้นแต่จะเป็นงานหรือถูกจ้างมาให้ทำล่ะคะ งั้นฉันถามคุณข้อหนึ่ง ตอนที่เธอปฏิเสธคุณ เธอพูดว่ายังไงคะ?" ดีโน่นิ่งไป

 

            "เธอยังพูดไม่ทันจบ ผมก็ขัดขึ้นซะก่อน" อลิเช่คิดในใจ นึกแล้วเชียว

 

            "นั่นยังไงล่ะคะ เธอยังไม่ทันบอก คุณก็ทึกทักเอาเองเสียแล้ว ให้เดานะคะ คุณกำลังหนีเธอมาอยู่ที่นี่ บางทีตอนนี้เธออาจจะกำลังหาทางมาหาคุณอยู่ก็เป็นได้"

 

            "แต่ในตอนนั้น...ผมคิดว่าเธอกำลังจะบอกว่าไม่ได้รักผม ...อีกอย่าง ผมคิดว่าเธอคงไม่มาหรอก" อลิเช่ยิ้มกว้าง ให้กำลังใจ

 

            "มั่นใจในตัวเองหน่อยสิคะ หนุ่มหล่อ รวย นิสัยดี อย่างคุณ ฉันเชื่อว่าร้อยทั้งร้อยคงไม่มีทางถูกปฏิเสธหรอกค่ะ..."

 

เสียงดนตรีหยุดลง พิธีกรบนเวทีประกาศขึ้น ขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสองคน

 

            "เอาล่ะ ตอนนี้ก็ถึงเวลาอันควรแล้ว ขอเชิญคุณดีโน่เจ้าของวันเกิดขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ" ดีโน่งงๆหันมามองอลิเช่ อลิเช่พยักเพยิดให้ดีโน่เดินขึ้นไป เมื่อดีโน่ขึ้นไปบนเวที ไฟก็ดับลง และแล้วก็มีเสียงปรบมือเป็นจังหวะพร้อมๆกับเสียงร้องเพลง

 

            "แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูอาวเวอร์บอส~ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู" เป็นโรมาริโอ้และลูกน้องคนอื่นๆนั่นเองที่ถือเค้กจุดเทียนเข้ามาพร้อมกับร้องเพลง คนอื่นๆในงานก็พากันตบมือและร้องคลอไปด้วย เมื่อร้องจบเค้กก็มาอยู่ตรงหน้าแล้ว ดีโน่ยิ้มมองทุกคนเขินๆ กำลังจะเป่า แต่อลิเช่ขึ้นมาขัดจังหวะไว้ก่อน

 

            "เดี๋ยวค่ะ คุณดีโน่..." ดีโน่ชะงักไป หญิงสาวพูดน้ำเสียงจริงจัง

 

            "ลองอธิษฐานในสิ่งที่คุณปรารถนาสิคะ...สิ่งที่คุณอาจจะคิดว่ามันเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าลองอธิษฐาน ปาฏิหาริย์มันอาจจะเกิดขึ้นก็ได้นะคะ ใครจะรู้" ดีโน่รู้ดีว่าอลิเช่หมายถึงอะไร ชายหนุ่มประสานมือพลางหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อขอพรวันเกิด เสร็จแล้วก็เป่าเทียนดับ ท่ามกลางเสียงเฮจากแขกเหรื่อในงาน แล้วไฟก็เปิดขึ้น

 

ดีโน่ลงมือตัดเค้กแบ่งใส่จานให้แต่ละคน บรรดาลูกน้องดูเหมือนจะเฮฮาปาร์ตี้กว่าเจ้าของวันเกิดเสียอีก พูดคุยกันเสียงดังจ้อกแจ้กจนไม่ได้มองเลยว่า นายของตนไม่ได้มีความสุขสักเท่าไหร่...

 

 

 

 

 

สงสัย...เคียวยะคงจะติดธุระจริงๆ 

 

 

 

 

 

แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ เราก็อดน้อยใจไม่ได้อยู่ดี 

 

 

 

 

 

 

คำพูดของอลิเช่ดังก้องเข้ามาในหัว...

 

 

 

 

          'ก็ทำใจ...ยังไงล่ะคะ 'ยังมีปลาอีกมากมายในมหาสมุทร' เราก็ไม่ควรไปยึดติดในสิ่งที่ไม่อาจไขว่คว้ามาได้ เดินไปข้างหน้าดีกว่าค่ะ...'

 

 

 

 

นั่นสินะ...ชีวิตมันก็ต้องเดินต่อไป

 

 

 

 

 

งานเลี้ยงวันเกิดของบอสแห่งคาวัลโลเน่สิ้นสุดลงไป ดีโน่เดินทางกลับคฤหาสน์ด้วยความเหนื่อยล้า โรมาริโอ้เป็นคนขับรถให้มองในกระจกส่องหลังแล้วก็ทักขึ้น

 

 

            "เหนื่อยมากเลยเหรอครับบอส" ดีโน่ท่าทางสะลึมสะลือ พยักหน้าเนือยๆ

 

            "อืม..."

 

            "เหนื่อยหน่อยนะครับ คนมาร่วมงานเยอะ คุณเองก็ต้องไปทักทายคนโน้นทีคนนี้ที" ดีโน่ไม่ตอบอะไร ค่อยๆเอนหัวพิงเบาะหลับ โรมาริโอ้ถอนหายใจ รู้ดีว่าเจ้านายของตนยังไม่ลืมเรื่องฮิบาริ

 

 

 

 

ดีโน่กลับถึงห้อง นึกอะไรได้ก็เปิดดูมือถือ นี่จะเที่ยงคืนแล้วแต่ก็ไร้วี่แววข้อความสุขสันต์วันเกิดจากคนๆนั้น

 

 

ถึงนายจะมาไม่ได้ แต่อย่างน้อยมาแฮปปี้เบิร์ธเดย์ฉันก็ยังดี

 

 

 

ดีโน่กลั้นใจวางมือถือลง ปลอบใจตัวเองว่า เขาจะต้องตัดใจได้แล้ว ห้ามคิดถึงเรื่องนี้อีก ชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าออกก่อนจะเตรียมตัวอาบน้ำนอน

 

 

 

 

คำพูดของอลิเช่อีกท่อนหนึ่งดังก้องในหัว

 

 

          'นั่นยังไงล่ะคะ เธอยังไม่ทันบอก คุณก็ทึกทักเอาเองเสียแล้ว ให้เดานะคะ คุณกำลังหนีเธอมาอยู่ที่นี่ บางทีตอนนี้เธออาจจะกำลังหาทางมาหาคุณอยู่ก็เป็นได้'

 

 

          'ลองอธิษฐานในสิ่งที่คุณปรารถนาสิคะ...สิ่งที่คุณอาจจะคิดว่ามันเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าลองอธิษฐาน ปาฏิหาริย์มันอาจจะเกิดขึ้นก็ได้นะคะ ใครจะรู้'

 

 

 

 

 

ร่างของชายหนุ่มถูกแช่ในน้ำอุ่นในอ่าง มีเพียงส่วนศีรษะที่โผล่พ้นน้ำ ดีโน่เอาหัวพิงขอบอ่าง มองเพดานข้างบนเหม่อๆ

 

 

            "เคียวยะ...จะเป็นไปได้สักนิดมั้ย ที่นายจะรักฉัน?"

 

 

 

 

 

วันเกิดผ่านพ้นไปแล้ว เนื่องจากในตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนครึ่งของวันที่ 5

 

 

ดีโน่ปิดไฟทุกดวง เหลือไว้เพียงแต่โคมไฟเพื่อเตรียมตัวเข้านอน ชายหนุ่มนอนไม่หลับ ในหัวเอาแต่คิดถึงเรื่องของฮิบาริไปมา

 

 

 

            "เคียวยะ...ฉันคิดถึงนายจังเลย"

 

 

 

เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้หลงใหลในตัวฮิบาริได้ขนาดนี้

 

 

เขาไม่อาจะสลัดความคิดนี้ออกได้เลยแม้แต่สักวินาทีเดียว

 

 

แม้แต่ตอนความจำเสื่อม ความทรงจำทุกอย่างลบเลือนไป แต่ก็ยังคงเหลือ...นาย

 

 

 

 

ชีวิตนี้...ฉันคงขาดนายไม่ได้ เคียวยะ 

 

 

 

 

 

 

วันรุ่งขึ้น ดีโน่ตื่นตอน 8 โมงเช้า ร่างสูงลุกขึ้นล้างหน้าแปรงฟันก่อนจะลงไปรับประทานอาหารเช้าที่แม่บ้านจัดให้

 

 

            "อรุณสวัสดิ์ครับบอส" โรมาริโอ้ทัก ดีโน่ทักตอบ

 

            "อรุณสวัสดิ์โรมาริโอ้" โรมาริโอ้หยิบหนังสือพิมพ์มาให้ ดีโน่กางอ่านตามกิจวัตรปกติ

 

            "ระทึก! เครื่องบินตกที่ท่าอากาศยานฟิอูมิชิโน..." เมื่อเห็นหัวข้อข่าว อะไรสักอย่างดลใจให้ดีโน่รีบเปิดอ่านเนื้อหาข่าวนั้นทันที

 

          'เครื่องบินXXXของสายการXXXที่บินจากท่าอากาศยานนามิโมริตกกระแทกพื้นดินจนระเบิดเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ในขณะพยายามลงจอดในเมืองฟิอูมิชิโน เมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวน 50 คนและลูกเรือ 8 คนเสียชีวิต...'

 

            "บอส...บอสเป็นอะไรครับ?" โรมาริโอ้เห็นอาการของบอสตนท่าไม่ดีก็รีบเข้ามาถาม ดีโน่มือสั่น ช็อกกับข่าวที่เห็น

 

            "โรมาริโอ้...อย่าบอกนะว่าเคียวยะ..." โรมาริโอ้รีบกวาดตาดูเนื้อหาข่าวก่อนจะตาโต ตกใจไปด้วยคน แต่ก็พยายามปลอบ

 

            "เอ่อ...คะ...คงไม่ใช่หรอกครับ บางทีคุณฮิบาริอาจจะไม่ได้มาหรือถ้ามาคงไม่ได้มากับเครื่องบินลำนี้หรอกครับ ใจเย็นๆนะครับบอส เดี๋ยวผมจะลองโทรหาคุณคุซาคาเบะก่อน" โรมาริโอ้เองก็ร้อนใจเช่นกันจึงรีบกดเบอร์โทรทางไกลถึงลูกน้องคนสนิทฝั่งฮิบาริ เคียวยะ

 

            [ฮัลโหล?]

 

            "คุณคุซาคาเบะ นี่ผมเองโรมาริโอ้"

 

            [ครับ มีอะไรเหรอครับ?]

 

            "เอ่อ ผมถามอะไรหน่อยสิ คุณฮิบาริ...ยังอยู่ที่นามิโมริหรือเปล่า?"

 

            [อ๋อ ไม่แล้ว ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้คุณเคียววุ่นกับอะไรบางอย่างแล้วก็รีบจัดของใหญ่เลย ไปไหนก็ไม่ยอมบอกผมสักคำ บอกแค่ให้ผมไปส่งเขาที่สนามบินเท่านั้นแหละ ดูจากประตูแล้วคงไปต่างประเทศชัวร์... เอ๋ หรือว่าเขาจะไปหาคุณดีโน่?] ...ชายวัยกลางคนอึ้งไป

 

            "คุณ...ได้ดูข่าวเครื่องบินตกหรือเปล่า" โรมาริโอ้น้ำเสียงเริ่มสั่นเพราะช็อกกับความจริงที่ได้รู้

 

            [ข่าว? ข่าวอะไรเหรอ]

 

            "คุณลองเปิดทีวีดูสิ..."

 

 

 

 

 

เพล้ง! 

 

 

 

 

 

เสียงวัตถุบางอย่างแตกละเอียดทำให้โรมาริโอ้ตกใจ

 

            "เดี๋ยวค่อยคุยกันนะครับ" ลุงหนวดรีบวางสายก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปดูในครัว มองเห็นดีโน่นั่งลงบนพื้นครัว สภาพหมดอาลัยตายอยาก และมีเศษถ้วยกาแฟที่แตกกระจายอยู่ข้างๆ

 

            "บอส บอส!" โรมาริโอ้รีบเข้าไปประคองร่างดีโน่ให้ลุกขึ้น สีหน้าดีโน่ยังคงช็อกตะลึงอยู่

 

            "เคียวยะมาหาฉัน...เคียวยะตัดสินใจมาหาฉัน...ฮะๆๆ" ในตอนนี้ร่างสูงแทบไม่เหลือสติสัมปชัญญะใดๆแล้ว ชายวัยกลางคนสีหน้าเป็นกังวล เป็นห่วงความรู้สึกของดีโน่ในตอนนี้

 

            "เคียวยะมาหาฉัน ฉันดีใจจังเลย ฮะๆ ฮ่าๆๆ" ดีโน่ระเบิดหัวเราะออกมาราวกับคนบ้า โรมาริโอ้รู้สึกเศร้าใจ เข้าใจดีว่าสภาพจิตใจในตอนนี้ของดีโน่จากที่ย่ำแย่อยู่แล้วก็ยิ่งแย่ลงไปอีก

 

            "ฮึก...เคียวยะ นายมาหาฉันทำไม...นายน่าจะเกลียดฉันซะ ลืมฉันไปซะ นายจะได้ไม่ต้องนั่งเครื่องบินนั่น..." ดีโน่หยุดหัวเราะ น้ำตาค่อยๆเอ่อขึ้นเต็มดวงตา ก่อนจะทรุดลงไปนั่งอีกครั้ง เริ่มมีเสียงสะอื้นออกมา

 

            "ฮึก...ฮึก...เคียวยะ...นายมาหาฉันทำไม นายควรจะเกลียดฉัน โกรธฉัน จนไม่อยากจะเจอฉันอีก ทำไมนายต้องนั่งเครื่องนั่นมา ทำไม ทำไม ทำไม!!" โรมาริโอ้ทนกับสภาพของบอสตนไม่ได้ รู้สึกเหมือนตนเองก็จะร้องไห้ตามไปด้วย เข้ามาจับไหล่ดีโน่ไว้

 

            "บอส...บอส ตั้งสติไว้ดีๆนะครับ อย่างน้อยๆ...คุณฮิบาริเขาก็ตัดสินใจมาหาบอสนะครับ" แน่นอนว่า นั่นไม่ได้ทำให้บอสหนุ่มรู้สึกดีขึ้นเลย ในตอนนี้น้ำตาลูกผู้ชายมันรินไหลอย่างไม่อาจหยุดยั้งได้ ทำไม...ทำไมกัน ทำไมพระเจ้าต้องกลั่นแกล้งเขาถึงขนาดนี้ด้วย

 

            "ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไม่ชวนให้เขามางานวันเกิดฉัน...ฉันผิดเองที่ชวนเขามา ที่เขาต้องตายมันก็เป็นเพราะฉันเอง!!"

 

            "บอส...อย่าโทษตัวเองเลยนะครับ อุบัติเหตุ ความตายมันเป็นสิ่งที่พระเจ้าได้ลิขิตเอาไว้แล้ว เราทำอะไรกับมันไม่ได้หรอกครับ" บอสหนุ่มเอามือข้างหนึ่งปิดหน้าตัวเอง หัวใจยามที่โดนปฏิเสธนั้นก็ว่าเจ็บมากแล้ว แต่ความเจ็บปวดในตอนนั้นเทียบกับตอนนี้ไม่ได้เลย เขาควรจะดีใจที่ฮิบาริเลือกเขาถึงได้ตามเขามา แต่ก็เพราะเป็นแบบนั้น ฮิบาริถึงได้...

 

            "หากพระเจ้ามีจริง ฉันอยากจะอ้อนวอนให้ท่านเอาดวงวิญญาณฉันไปแทน...เคียวยะไม่ควรมาตายเพราะฉัน ฉันมันคนบาป!!"

 

            "บอส ไม่เอา อย่าพูดแบบนั้นสิครับ บอสสำคัญต่อพวกเรานะครับ อย่าเอาเรื่องความตายมาพูดง่ายๆแบบนี้สิครับ..." ในตอนนี้ชายวัยกลางคนก็เริ่มจะทนไม่ไหว ร้องไห้ตามไปด้วยคน จะให้พูดยังไงดี...เขาสนิทกับดีโน่ที่สุด ดูแลมาตั้งแต่ยังเล็กยังน้อย ยามดีโน่สุขเขาก็สุข ยามดีโน่ทุกข์เขาก็ทุกข์ ในยามนี้เขารับรู้ได้เลยว่านี่เป็นวันที่ดีโน่เสียใจมากที่สุดในชีวิต แล้วจะให้เขานิ่งดูดายไม่รู้สึกรู้สาอะไรได้ยังไง

 

            "บอส ผมเสียใจจริงๆเรื่องคุณฮิบาริ แต่ผมขอร้อง คุณอย่าได้พูดเรื่องที่คุณอยากจะตายตามเลยครับ ถ้าหากบอสตายไปอีกคน แฟมิลี่ของเราจะอยู่ยังไง?" ดีโน่ได้ฟังคำพูดของโรมาริโอ้ก็เริ่มสงบลง หยุดสะอื้น โรมาริโอ้พูดต่อไป

 

            "ผมรับใช้พ่อคุณ และดูแลคุณมาตั้งแต่เด็กจนโต ชีวิตของผมไม่อาจให้ใครได้อีกแล้ว ผมอุทิศชีวิตให้คาวัลโลเน่และอุทิศให้กับคุณด้วย เพราะฉะนั้นหากใครจะต้องตาย ผมยินดีที่จะตายแทนคุณได้!" ดีโน่ตกใจ เขย่าตัวโรมาริโอ้

 

            "นายพูดอะไรของนายโรมาริโอ้!? ฉันจะปล่อยให้นายตายได้ยังไงกัน" โรมาริโอ้ยิ้มบางๆแต่หนักแน่น เอ่ยทั้งน้ำตา

 

            "นายน้อยของผม...ชีวิตของผมนั้นไม่มีค่าอะไร เบ๊คนหนึ่งตายไปมันก็เท่านั้น แต่คุณ...คุณคือบอสแห่งคาวัลโลเน่ หากเสียคุณไปสักคน จะต้องมีคนอีกสักกี่คนที่ร้องไห้ให้คุณ เพราะฉะนั้น อยู่ต่อไปเถอะนะครับบอส..." บอสหนุ่มอึ้งไป รู้สึกซาบซึ้งใจกับความจริงใจของลูกน้องคนสนิท

 

            "โรมาริโอ้...ฉันมองนายไม่ผิดจริงๆ" ทั้งคู่ยิ้มให้กันอย่างเข้าใจกันว่าในยามยาก ต่างฝ่ายต่างก็พร้อมจะปกป้องกันและกันได้เสมอ จะมีสักกี่คน...ที่จะยอมตายแทนเราได้กัน?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        "น่าเบื่อชะมัด"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงๆหนึ่งดังออกมาจากห้องกินข้าวพาให้บอสหนุ่มและลูกน้องคนสนิทชะงัก ก่อนจะหันไปมองทางต้นเสียงพร้อมๆกัน...

 

 

 

          "อกหักไม่ทันไร ก็หาคนใหม่เคลมได้ทันที แกนี่มันคนแบบไหนกันแน่ ไอ้ม้างี่เง่า?"

 

 

 

          "คะ...เคียวยะ!?"

 

 

 

ดีโน่แทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อภาพตรงหน้าคือ... เด็กหนุ่มร่างเล็กเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทกำลังยืนทำท่าหาวหวอด ทำหน้าเซ็งโลกอยู่นอกห้องครัว ร่างบางสวมใส่อาภรณ์ในฤดูใบไม้ร่วงที่ค่อนข้างจะเย็นไปหน่อยสำหรับเด็กหนุ่มชาวเอเชียอย่างเขา ชายหนุ่มตะลึงอ้าปากค้าง เช่นเดียวกันกับโรมาริโอ้ที่ตาแทบจะถลนทะลุกรอบแว่น

 

 

            "ทำไม? มองหน้าเหมือนเห็นผีไปได้ อุตส่าห์คิดว่าอย่างแกคงจะร้องไห้จนตาบวมไปตลอดสองสามอาทิตย์ แต่นี่ไม่กี่วันกลับมาพลอดรักกับตาลุงนี่ น่าสะอิดสะเอียนชะมัด!" เด็กหนุ่มร่างเล็กกำลังชักสีหน้าไม่พอใจสุดๆ ดีโน่เพิ่งได้สติรีบปฏิเสธพัลวัน

 

            "เฮ้ยยยย ไม่ใช่นะเคียวยะ นายกำลังเข้าใจผิดนะ ฉันกับโรมาริโอ้ไม่ได้เป็นแบบนั้น..." พลัน...เขาก็เพิ่งนึกได้เรื่องหนึ่ง

 

            "เดี๋ยวนะ...เคียวยะ ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ? ฉันนึกว่านาย..."

 

            "ก็ประตูบ้านไม่ได้ล็อก ฉันกดกริ่งตั้งนานก็ไม่เห็นมีใครไปเปิดสักที ก็เลยเดินเข้ามาดื้อๆจนมาเห็นพวกแกสองคนร้องห่มร้องไห้กันนั่นแหละ"

 

            "ไม่ใช่...ฉันหมายถึง นายไม่ได้อยู่ในเครื่องบินนั่นตอนตกเหรอ?" ร่างบางขมวดคิ้ว

 

            "เครื่องบิน? เครื่องบินอะไร" ดีโน่ยืนหน้าเหวออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปหยิบหนังสือพิมพ์มากางให้ดู

 

            "นี่ไง...เครื่องบินจากนามิโมริเมื่อวานตกที่ฟิอูมิชิโน" เด็กหนุ่มยื่นหน้าเข้ามาอ่านข่าวเครื่องบินตกใกล้ๆก่อนจะตอบ

 

          "นี่มันเครื่องบินไฟลท์เช้าวันที่ 3 ฉันมาไฟลท์บ่ายวันที่ 4!"

 

            "เห??"

 

            "เอ้า ก็เห็นๆอยู่ว่าฉันเพิ่งมาถึงบ้านแกนี่ ตอนแรกฉันพยายามจองตั๋วที่เร็วที่สุดแต่ก็เต็มหมด มาได้เอาตอนวันเกิดแกนี่แหละ กว่าจะมาถึงก็เลยวันมาแล้ว ได้นอนแค่แปบเดียวฉันก็นั่งแท็กซี่จากโรงแรมมาที่บ้านแกนี่แหละ" ณ ตอนนี้ปริศนาคาใจต่างๆก็คลายปม...ดีโน่กับโรมาริโอ้อ้าปากค้าง

 

            "สรุปก็คือ...นายไม่ได้มาไฟลท์วันที่ 3 ที่เครื่องบินตก?"

 

            "ใช่"

 

            "พอนายลงจากเครื่องบิน นายก็ตรงดิ่งมานี่เลย?"

 

            "ก็ใช่น่ะสิ"

 

            "งั้นนายก็ไม่ได้ตายน่ะสิ?"

 

            "ที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็นผีมั้ง ไอ้ม้าโง่งี่เง่า!"

 

            "เคียวยะ!!"

 

 

ดีโน่พุ่งเข้ากอดฮิบาริทันที ร่างบางสะดุ้งตกใจเพราะไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงเล็กน้อย รู้สึกอายเล็กๆ

 

 

            "พะ...พอได้แล้วน่า ฉันหายใจไม่ออก" ดีโน่ยังคงกอดอีกฝ่ายแน่นไม่ยอมปล่อย

 

            "เดี๋ยวสิ ขอฉันกอดเคียวยะนานๆหน่อยจะได้รู้ว่านี่เป็นเคียวยะตัวจริง ไม่ใช่วิญญาณน่ะ" เมื่อถูกกอดนานๆ เด็กหนุ่มก็เริ่มประหม่า ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วก็แดงมากขึ้นไปอีก ที่สำคัญก็คือ...ชีพจรมันเต้นแรงขึ้นๆนี่สิ!

 

            "พอได้แล้ว เวอร์" ในที่สุดร่างสูงก็ยอมปล่อย ใบหน้าคมยังคงยิ้มกว้างไม่หุบ เนตรสีอำพันเป็นประกายอย่างเห็นได้ชัด

 

            "จะดีใจอะไรขนาดนั้น แกนี่มันเวอร์จริงๆ" ไม่รู้จะพูดอะไร หาเรื่องด่าไว้ก่อน ดีโน่จากเศร้าที่สุดในชีวิต กลายมาเป็นดีใจที่สุดในชีวิต ชายหนุ่มจู่ๆก็ยกร่างเด็กหนุ่มขึ้นหน้าตาเฉย

 

            "อะ...เฮ้ย! นี่แกทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ"

 

            "โรมาริโอ้ ฝากเก็บเศษแก้วด้วยนะ ฉันขอตัวก่อนล่ะ" พูดจบก็เดินออกไปทันทีโดยที่ฮิบาริยังคงทุบตีไหล่กว้างอยู่อย่างนั้น โรมาริโอ้พยักหน้ารับคำเหวอๆ ปรับอารมณ์แทบไม่ทัน...

 

 

 

 

            "ปล่อยฉันลงนะ นี่แกจะพาฉันไปไหนน่ะ"

 

 

ตุ้บ!

 

 

 

ดีโน่ปล่อยฮิบาริลงบนโซฟา ก่อนจะจ้องหน้าอย่างคาดคั้น

 

 

            "เคียวยะ..." เมื่อถูกจ้องด้วยสายตาที่จริงจังสุดๆ เด็กหนุ่มก็ทำตัวไม่ถูก ทั้งงุนงงและสงสัย

 

            "อะ...อะไร"

 

            "จงบอกความในใจมาเดี๋ยวนี้" ร่างเล็กหรี่ตามองอีกฝ่าย...เล่นมุขนี้เลยเนี่ยนะ?

 

            "ความจริงในใจบ้าอะไร"

 

            "อย่ามาทำไขสือ บอกความรู้สึกของนายที่มีต่อฉันมาซะดีๆ" ฮิบาริทำท่าจะเขยิบหนีแต่ก็ถูกดีโน่เอาแขนกันไว้ไม่ให้หนีได้ทุกทาง ร่างบางไม่กล้าสบตามองร่างสูง

 

            "คะ...ความรู้สึกอะไรกัน ฉันไม่รู้เรื่อง"

 

            "ถ้านายไม่ตอบฉันจะจูบล่ะนะ" คราวนี้ร่างบางตาโต รีบตอบคำถามทันที

 

            "ฉะ...ฉัน...ฉันก็รักแกไง! ถ้าไม่รัก จะตามมาถึงขนาดนี้มั้ยล่ะ ถามโง่ๆ..." ท้ายประโยคมีแอบกัดเล็กน้อย ดีโน่คลี่ยิ้มกว้าง แอบขำ

 

            "ขะ...ขำอะไร หา!?" ดีโน่เอามือปิดปากขำจนฮิบาริชักหมั่นไส้ พอเอามือออกก็เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มของชายหนุ่ม

 

            "ถ้ารักฉัน แล้วตอนนั้นนายปฏิเสธฉันทำไมล่ะ?" ฮิบาริชะงักไป ทำไม่รู้ไม่ชี้

 

            "อะไร? ใครปฏิเสธ ตอนนั้นฉันยังพูดไม่จบเลยด้วยซ้ำแกก็ขัดขึ้นก่อน ฉันก็เลยปล่อยให้แกไปนอนคิดเล่นให้ปวดช้ำเอาเอง สมน้ำหน้า อยากขัดขึ้นมาก่อนทำไมล่ะ" ดีโน่ยิ่งฟังก็ยิ่งขำ จนอีกฝ่ายชักหงุดหงิดจริงๆ

 

            "หัวเราะอะไรนักหนา ตลกมากมั้ย??" พูดพลางดึงแก้มอีกฝ่ายแรงๆด้วยความหมั่นไส้ ฝ่ายดีโน่เมื่อโดนกระทำก็ร้องโวยวาย

 

            "โอ๊ย โอ๊ย เจ็บๆๆ พอๆๆ ไม่ขำแล้วค้าบบบบ" ร่างบางปล่อยมือออกก่อนจะกอดอกทำหน้ายู่ ดีโน่ลูบแก้มที่เป็นรอยแดงป้อยๆ เหล่มองอีกฝ่ายพลางอมยิ้ม

 

            "ถ้าอย่างนั้น คำพูดที่นายบอกว่ารักฉันในตอนนั้นก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ?" ร่างบางชะงัก ลืมคิดถึงความจริงข้อนี้ หันขวับมามองอีกฝ่าย อ้าปากจะเถียง

 

            "มะ...ไม่ใช่นะ คือว่าฉัน..." ดีโน่ไม่ฟัง ยิ้มเจ้าเล่ห์ สะใจที่ต้อนอีกฝ่ายจนจนมุมจนได้

 

            "เคียวยะเนี่ยน้า...บอกรักฉันแต่แรกก็ไม่บอก ทำเป็นปากแข็งแต่ใจจริงแล้วก็รักฉันเข้าเต็มเปา...ว้าวๆๆ" เด็กหนุ่มหน้าแดงเป็นมะเขือเทศเมื่อโดนล้อมากๆ ไม่รู้จะทำยังไงก็ทุบตีอีกฝ่าย

 

            "พอ...หยุด...พอได้แล้ว ไอ้บ้า หยุดล้อได้แล้ว!!"

 

            "โอ๊ยๆๆ เคียวยะก็เลิกทุบฉันสักทีสิ โอ๊ย"

 

            "สนุกนักใช่มั้ยๆๆ" นอกจากจะไม่หยุดแล้วยังดึงแก้มแรงๆอีก ดีโน่ได้ทีคว้าหมับข้อมือทั้งสองข้างของอีกฝ่าย ยิ้มอย่างมีเลศนัย

 

            "ทำร้ายฉันมากๆ ไม่กลัวโดนเอาคืนบ้างหรือไง?" ฮิบาริชะงัก รู้ตัวว่าซวยแน่ๆเพราะมือทั้งสองข้างโดนล็อกเอาไว้ ดีโน่ค่อยๆยื่นหน้ามาใกล้ๆในขณะที่อีกฝ่ายค่อยๆหันหน้าหนีด้วยความเขินอาย

 

 

 

 

จุ๊บ 

 

 

 

ร่างสูงประทับริมฝีปากลงบนแก้มขาวเนียนของร่างเล็กที่บัดนี้ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ

 

 

            "โอ๊ะ...เลิกพยศแล้วเหรอ" ร่างสูงยังมิวายแซว ร่างเล็กได้สติรีบสะบัดมือออกแล้วผลักหัวอีกฝ่ายออกไป

 

            "ไอ้บ้า!" ทั้งสองเข้ามานั่งข้างๆกัน ฮิบาริกอดอก เหล่มองอีกฝ่าย เมื่อต่างฝ่ายต่างเริ่มเงียบ เด็กหนุ่มก็เป็นฝ่ายพูดขึ้น

 

            "ถ้าพูดตอนนี้มันอาจจะสายไปแต่ก็...

 

 

 

 

...สุขสันต์วันเกิดนะ"

 

 

 

ดีโน่ค่อยๆหันมามองอีกฝ่ายช้าๆ แม้งานวันเกิดเมื่อวานจะมีคนอวยพรเขาเป็นร้อย แต่มันก็เทียบไม่ได้เลยกับคำพูดของคนพิเศษเพียงประโยคเดียว

 

 

ดีโน่คลี่ยิ้มบางๆ

 

 

            "ขอบคุณนะเคียวยะ..." ทั้งคู่สบตากันและกันอย่างเข้าใจว่า ในตอนนี้ใจของทั้งสองตรงกันแล้ว ก่อนที่ร่างบางจะเป็นฝ่ายหลบตาไปเสียเอง... หัวใจมันเต้นระรัวอย่างหยุดไม่อยู่ ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้กับผู้หญิงคนไหนเลย...

 

            "แล้วไหนล่ะของขวัญ?" จู่ๆดีโน่ก็ทวงของขึ้นมาดื้อๆ ฮิบาริหันขวับมามองทันที

 

            "นี่...ไอ้การที่คนอย่างฉันถ่อสังขารมาหาแกถึงที่มันก็เป็นของขวัญที่สุดแสนจะหาได้ยากแล้ว เพราะงั้น แกได้แค่นี้ก็จงพอใจซะ" พูดจบก็สะบัดหน้ามองไปทางอื่นอย่างไม่ใยดี ดีโน่มองทำแก้มป่องอย่างงอนๆ

 

            "เคียวยะใจร้าย...ถ้าเกิดนายคิดจะมาที่นี่โดยไม่มีอะไรติดมาล่ะก็ งั้นฉันก็จะถือว่าตัวนายเป็นของขวัญก็แล้วกัน"

 

 

ไม่เว้นช่วงให้ได้ตกใจ...

 

 

ดีโน่พูดจบก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบช้อนเอาร่างเล็กเข้ามาอุ้มเป็นท่าเจ้าสาว ฮิบาริตกใจ พยายามดิ้นให้หลุดแต่ก็ไร้ผล ใบหน้าคมของบอสหนุ่มฉายรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับหมาป่ากำลังออกล่าเหยื่อ

 

 

 

            "ปล่อย! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะไอ้ม้าบ้า! ไอ้คนฉวยโอกาส ไอ้..."

 

            "หึหึ...อ้าว โอกาสมามันก็ต้องฉวยไว้ไม่ใช่เหรอเคียวยะ? ไหนๆฉันก็อุตส่าห์อดทนมานานปี ครั้งนี้ก็ขอคืนกำไรให้ตัวเองหน่อยล่ะนะ" ดีโน่คลี่ยิ้ม...เป็นรอยยิ้มที่สยองมากสำหรับฮิบาริในตอนนี้ สองเท้ายาวก้าวขึ้นไปยังห้องข้างบนท่ามกลางเสียงโวยวายของเด็กหนุ่มก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลงเมื่อทั้งสองหายเข้าไปในห้องและปิดประตูปัง

 

 

 

 

 

 

 

 

...โรมาริโอ้ยังคงมองทั้งสองนิ่งค้าง

 

 

 

เมื่อเสียงเงียบลง ชายวัยกลางคนก็หัวเราะออกมาเบาๆ

 

 

 

ในที่สุดก็จบลงด้วยดีสินะ...

 

 

 

กริ๊งๆๆ

 

 

 

โทรศัพท์มือถือดังขึ้น

 

 

 

            [ฮัลโหล คุณโรมาริโอ้ ผมคุซาคาเบะเองครับ]

 

            "อ๋อ ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ"

 

            [โทษทีที่โทรมาช้านะครับ พอดีมีงานเข้านิดหน่อย คือผมลองไปเช็คดูข่าวแล้วนะครับ คุณเคียวเขามาไฟลท์หลังจากไฟลท์นี้น่ะครับ เพราะงั้นสบายใจหายห่วงได้เลยครับ]

 

            "อื้ม ผมทราบแล้วล่ะครับ เพราะเมื่อครู่ คุณฮิบาริก็มาถึงที่นี่ได้ไม่นาน"

 

            [เห...งั้นก็แปลว่าคุณเคียวไปที่บ้านคุณดีโน่จริงๆน่ะสิครับ??]

 

            "ถูกต้องเลย"

 

            [ฮะๆๆ ผมกะไว้แล้วเชียว แต่แหมคุณเคียวนี่ก็จริงๆเลยนะครับ ทิ้งงานไปดื้อๆ ปล่อยให้ผมสะสางอยู่คนเดียวเลย] โรมาริโอ้หัวเราะ

 

            "เราเป็นลูกน้องเขา เราก็ทำหน้าที่ในส่วนนั้นไปเถอะครับ ขอแค่บอสของพวกเรามีความสุขก็พอแล้ว"

 

            [นั่นสินะครับ เอ้อ งั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ]

 

            "ครับ สวัสดีครับ"

 

 

 

 

โรมาริโอ้กดวางสายไป มองไปยังชั้นบนแล้วก็ยิ้มออกมา

 

 

 

ดีใจที่ทุกอย่างจบลงด้วยดี บอสของเขาในที่สุดก็ได้สมหวังในรักเสียที...

 

 

 

นั่นคือสิ่งที่เขาคิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่หารู้ไม่ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นความวุ่นวายในบ้านหลังนี้ต่างหาก!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

END(??)

 
 
 
 
ไม่ต้องงงค่ะ จบแล้วจริงๆค่ะ ฮ่าๆๆ
หักมุมกี่ตลบหว่า...ประโยคสุดท้ายหวังว่าจะไม่งงนะคะ คือ...นึกภาพตอนหนูเคียวมาเป็นนายหญิงให้คาวัลโลเน่ ลูกน้องอาจจะได้เห็นซีนผัวเมีย(?)ทะเลาะกัน อาจจะได้เห็นฉากXXXแบบไม่ได้ตั้งใจอะไรแบบนี้ก็เป็นได้ หุหุหึหึหึ
สุดท้ายจากพี่โน่ M ก็พลิกมาเป็น S (ป่าวหว่า?)จนได้ ฮุๆๆ
 
 
สุขสันต์วันเกิดพี่โน่อีกที ขอให้ครองรักกับน้องฮิไปนานๆ หุหุ

[SF] HBD Dino - D18 - At Least [Part 1/2]

posted on 05 Feb 2014 01:49 by roku-san in Fic directory Fiction

[SF]

Title : At least Part 1/2

Author : Rokugatsu

Pairing : D18

Categories: Drama, Angst

Rate : PG

Note : สุขสันต์วันเกิดเฮียโน่ ไม่อยากบอกว่าหนูลืม//ขอโต้ดดดดด

 

มางวดนี้โรคุจะลองแต่งแบบใหม่ดูค่ะ แบบที่ไม่เคยแต่งนั่นเอง เอ...แบบไหนกันน่ะเหรอ ก็อ่านเอาจิ ฮ่าๆๆ

 

ฟิควันเกิดพี่โน่ปีที่แล้ว:

ตอน 1

ตอน 2 จบ

ตอน 2 จบ: จิ้มค่ะ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

เจ็ดโมงเช้าแล้ว...แม้ดวงตาจะเปิดขึ้น แต่เขาก็ยังไม่อยากลุกขึ้น

 

 

ตรงกันข้าม อยากจะหลับตาลงอีกครั้ง ให้ตกลงไปในภวังค์แห่งจิตใจ...

 

 

ฮิบาริ เคียวยะ... นายทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง 

 

 

นายแอบขุดหลุมเอาไว้ใช่มั้ย จนทำให้ฉันตกหลุมรักนายจนโงหัวไม่ขึ้น หึ... 

 

 

ดวงหน้าขาว แก้มเนียนใส หากได้ลองสัมผัสสักครั้งจะเป็นยังไงนะ

 

 

ริมฝีปากที่เหยียดเป็นเส้นตรงยามไม่สบอารมณ์ ยามเผยอออกมาน้อยๆดูน่าเอ็นดูยามเจ้าตัวไม่รู้สึกตัว ถ้าได้ลิ้มลองสักครั้ง คงติดใจจนไม่อยากละจากมา

 

 

 

 

 

 

 

 

            "บอสครับ จะเพ้ออีกนานมั้ยครับ?" เสียงของคุณลุงที่เราแสนจะรู้จักดีดังขึ้นขัดบรรยากาศอันเงียบสงบของบอสหนุ่มแห่งคาวัลโลเน่ ชายหนุ่มเรือนผมสีทองหันไปมองผู้พูดแล้วก็หัวเราะเบาๆ

 

            "คงยากล่ะนะ โรมาริโอ้ ก็ช่วงนี้น่ะ ฉันเอาแต่เพ้อถึงเคียวยะ สามเวลาหลังอาหาร จนกลายเป็นกิจวัตรไปแล้วล่ะ" เจ้าของห้องยังคงลอยหน้าลอยตาพูดได้โดยไม่สนใจว่าลูกน้องคนสนิทของเขาจะมองด้วยสายตาเอือมระอาเพียงใด

 

            "โธ่ บอสครับ ผมก็ไม่อยากจะพูดทำลายน้ำใจบอสหรอกนะครับ..."

 

            "เอาน่า พูดมาเถอะ"

 

            "ก็...ก็ คุณฮิบาริเขาไม่ได้สนใจในตัวบอสเลยสักนิดน่ะครับ"

 

            "หึ..." บอสหนุ่มหัวเราะเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า

 

            "มันก็ต้องมีสักวันแหละน่า..." โรมาริโอ้ได้แต่ถอนหายใจพลางส่ายหน้าอย่างหน่ายใจ

 

            "แต่...บอสครับ คุณฮิบาริเขาเป็นผู้ชายนะครับ แถมยัง...เป็นแค่เด็กมัธยมอีกด้วย" จบประโยค ชายหนุ่มผมทองค่อยๆหันมาสบตากับชายวัยกลางคนช้าๆ

 

            "โรมาริโอ้...นายก็น่าจะรู้ดีนะ ว่าคนอย่างฉัน ถ้าได้เริ่มอะไรแล้ว จะไม่มีวันเลิกง่ายๆ" ดีโน่เอ่ยน้ำเสียงดูจะมั่นใจเสียเหลือเกิน โรมาริโอ้ส่ายหัวอย่างระอา ไม่คิดเลยว่าบอสของตนจะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องของเด็กเพียงคนเดียว...

 

 

 

 

 

มันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อ...

 

 

 

ดีโน่เองก็รู้แก่ใจดีว่า

 

 

 

ฮิบาริชอบผู้หญิง เหมือนเด็กหนุ่มทั่วๆไป

 

 

 

 

 

ตั้งแต่ที่บอสได้รู้จักกับฮิบาริ เคียวยะ บอสก็เปลี่ยนไป ผู้ใหญ่อย่างเขาย่อมดูออกชัดเจนว่า ดีโน่ไม่แค่ชอบหรือรัก แต่คงจะเรียกได้ว่าหลงเลย ยังดีที่ดีโน่ไม่หลงถึงขั้นหน้ามืดตามัวทำอะไรบุ่มบ่ามไป

 

 

ดีโน่มักจะวางตัวเป็นอาจารย์ที่ดี คอยเป็นที่ปรึกษาให้กับฮิบาริในทุกๆเรื่อง จากเด็กหนุ่มที่ไม่เคยเปิดรับใครก็เริ่มไว้วางใจดีโน่ ดีโน่เองก็พอใจที่ตัวเขาสำเร็จไปแล้วขั้นหนึ่ง

 

 

แต่ดีโน่นั้นขลาดเกินกว่าจะรุกมากกว่านี้ เพราะลำพังการทลายเกราะน้ำแข็งที่ฮิบาริสร้างขึ้นได้ชั้นนึงก็เป็นเรื่องยากแล้ว หากเขารุกหนักเกินไป จากฮิบาริที่เคยไว้วางใจเขาจะกลายเป็นเกลียดเขาซะเอง

 

 

และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ...ฮิบาริเดทกับผู้หญิง

 

 

ทำไมเขาจะไม่รู้ ในเมื่อเขาเป็นที่ปรึกษา คอยให้คำแนะนำเรื่องต่างๆ เขาอายุปานนี้ หน้าตาก็ไม่ได้แย่ แน่นอนว่าเขาเคยมีแฟนมาก่อน เขาย่อมเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับฮิบาริอยู่แล้ว...

 

 

 

แต่โรมาริโอ้ไม่เข้าใจว่า ทำไมดีโน่ถึงยังคงนิ่งเฉยอยู่ได้ ทั้งที่ต้องคอยรับรู้เรื่องราวความรักของคนที่ตัวเองแอบรัก แถมยังทำอะไรไม่ได้ ได้เพียงแต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆในฐานะ...เพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น

 

 

คนเราหนอคนเรา ทำไมต้องไปรักคนที่เขาไม่รักตัวเองก็ไม่รู้...

 

 

 

            "บอส...คุณดื่มมากไปแล้วนะครับ" โรมาริโอ้มองภาพตรงหน้าอย่างหนักใจ ดีโน่กำลังเอาหน้าฟุบโต๊ะโดยที่มือข้างหนึ่งยังคงกุมแก้วไวน์ไว้แน่น ดีโน่ดื่มไวน์จนเมามายไม่ได้สติ ซึ่ง...นี่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งสองครั้ง แต่นับไม่ถ้วนแล้วต่างหาก

 

            "อือ...โรมาริโอ้ นายยยยเองงงงเหรอออออ เหอะๆๆ" ดีโน่เงยหน้าขึ้นมาช้าๆ ตาปรือๆ ฉีกยิ้มเล็กน้อย ลากเสียงยาว โรมาริโอ้หน้าเครียด เดินเข้ามาเก็บแก้วไวน์และขวดไวน์ไป ไม่ให้อีกฝ่ายได้ดื่มอีก

 

            "วานนนนี้...เคียวย้าาาไปเดททททททอีกแล้ววววว..." ถึงไม่บอก เขาก็รู้ว่าดีโน่จะมีอาการแบบนี้ทุกครั้งหลังจากฮิบาริบอกว่าจะไปเดทกับใครที่ไหน เห็นได้ชัดว่า...ชายหนุ่มคนนี้ เจ็บปวดเพียงใด

 

            "บอส...ตัดใจเถอะครับ ผู้หญิงดีๆยังมีอีกตั้งมากมาย บอสอย่ารักคนที่เขาไม่ได้รักเราเลยนะครับ"

 

            "ฉันไม่ฟัง!" ดีโน่ค้านเสียงดัง

 

            "ฉันไม่ต้องการใครทั้งนั้น! ฉันนน...ต้องการ...แค่เคียวยะ...เคียวยะคนเดียวเท่านั้น..." โรมาริโอ้มองดีโน่ด้วยความกังวลใจ บอสท่าทางจะอาการหนักจริงๆ... เขาจะช่วยบอสได้ยังไงบ้างนะ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            "มีธุระอะไรก็ว่ามา" เด็กหนุ่มนามฮิบาริ เคียวยะยืนกอดอกเอ่ยเสียงเรียบอยู่บนดาดฟ้านามิโมริ ครั้งนี้คนที่มาพบเขากลับไม่ใช่ม้าพยศอย่างเคย หากแต่...เป็นตาลุงหนวดสมุนคู่ใจม้าพยศ

 

            "กระผมมีเรื่องอยากจะขอร้องให้คุณช่วย"

 

            "เรื่องอะไร?" เด็กหนุ่มถามเสียงห้วน โรมาริโอ้มองฮิบาริ รู้สึกหนักใจที่จะพูด

 

            "เอ่อ...คือ...บอส" ฮิบาริชักหงุดหงิดที่คนตรงหน้าจะพูดก็ไม่พูดซะที

 

            "ม้าพยศเป็นอะไร!?"

 

          "เอ่อ...เอ่อ...บอสเขา เข้าโรงพยาบาลน่ะครับ!!"

 

 

 

 

 

 

เสียงฝีเท้าของเด็กหนุ่มดังเข้ามาใกล้ห้องคนไข้พิเศษขึ้นเรื่อยๆ

 

 

ฮิบาริรีบเปิดประตูเข้าไป มองเห็นร่างอันคุ้นเคยที่กำลังนั่งหันหลังให้เขาอยู่บนเตียง ที่ศีรษะมีผ้าพันเอาไว้ โรมาริโอ้เดินตามมาติดๆ ทั้งคู่เดินเข้าไปหาดีโน่ที่กำลังนั่งเหม่อลอย โรมาริโอ้พูดกับฮิบาริ

 

 

 

            "บอสได้รับแรงกดดันทั้งปัญหาในแฟมิลี่และการกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างหนัก ...จนหนักเข้าก็เข้าขั้นภาวะช็อก ผมจึงรีบนำเขาส่งรพ. ผลปรากฏว่า...บอสสูญเสียความทรงจำ" เด็กหนุ่มหันขวับมามองผู้พูดทันที เนตรสีรัตติกาลเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าอาการของดีโน่จะหนักขนาดนี้

 

            "สูญเสียความทรงจำ...ทุกอย่างเลยเหรอ?" โรมาริโอ้มองตอบ แววตาเศร้าไม่ต่างกัน

 

            "ไม่ทุกอย่างครับ...เพราะทันทีที่บอสรู้สึกตัว เขาก็อาละวาด จำใครไม่ได้แม้แต่ตัวเอง แต่...เขาเรียกหาคุณครับ" เด็กหนุ่มร่างเล็กตะลึงค้าง รู้สึกเหมือนหัวใจแทบจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ... เรียกหาเรา? เรียกหาเราทำไมกัน?

 

            "คุณฮิบาริ มีเรื่องหนึ่งที่บอสปกปิดคุณมานาน ผมว่าในตอนนี้ถึงเวลาที่จะบอกคุณแล้วล่ะครับ" ชายวัยกลางคนเข้ามาจับแขนทั้งสองข้างของฮิบาริไว้แน่น ดวงตาภายใต้กรอบแว่นจ้องมองมาที่เขาตรงๆ จริงจัง

 

          "บอส...รักคุณมาก รักคุณมานานแล้ว"

 

            "อะ...อะไรนะ!?" ฮิบาริตกใจจนเผลอร้องออกมา โรมาริโอ้ลำบากใจที่จะพูดต่อ

 

            "ครับ ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นผู้ชาย แต่เขาก็ยืนยันว่าเขาต้องการแค่คุณ เขาไม่ต้องการผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น แล้วทุกครั้งที่คุณออกเดทกับผู้หญิงคนไหน เขามักจะดื่มเหล้าดื่มไวน์จนเมามายทุกครั้ง..."

 

            "แกจะบอกว่าที่หมอนี่เป็นแบบนี้ก็เพราะฉันงั้นเหรอ!?" ชายวัยกลางคนรู้ดีว่าคนตรงหน้าต้องโกรธอย่างแน่นอน รีบปรามให้ใจเย็นๆ

 

            "เปล่าครับ ไม่ใช่ความผิดของคุณเลยแม้แต่นิดเดียว... เป็นความผิดของผมเอง ที่ผมไม่สามารถทำให้บอสเลิกคิดถึงคุณได้ แต่ผมขอร้องนะครับคุณฮิบาริ บอสยังมีโอกาสความทรงจำกลับมาได้ แต่คนที่จะช่วยรื้อฟื้นความทรงจำของบอสได้มีแค่คุณคนเดียวเท่านั้น..."

 

            "ทำไมต้องเป็นฉัน? ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับหมอนั่นซะหน่อย"

 

            "เพราะตอนนี้คุณเป็นคนเดียวที่เขาต้องการ เขาจำใครไม่ได้เลย นอกจากคุณ..." ฮิบาริมองโรมาริโอ้อย่างหนักใจก่อนจะหันไปมองดีโน่ที่แววตาเหม่อลอย ไร้ความรู้สึกใดๆแล้วก็นึกเคืองในใจ...

 

 

 

อยู่ดีไม่ว่าดี...หาเรื่องเดือดร้อนมาให้ฉันจนได้นะ ไอ้ม้าบ้า 

 

 

 

            "ก็ได้ๆ...ฉันก็แค่ดูแล พูดคุยกับมันก็พอใช่มั้ย?" ชายวัยกลางคนยิ้ม

 

            "ครับ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วล่ะครับ คุณหมอบอกว่าพยายามอย่าให้บอสเจอกับเรื่องเครียดอะไร คุณพยายามสร้างความทรงจำใหม่ที่ดีให้กับเขาก็พอครับ" เด็กหนุ่มผมดำยืนกอดอก เซ็ง รู้สึกเหมือนตัวเองมาเป็นพยาบาลดูแลคนป่วยยังไงยังงั้น

 

            "เคียวยะ...เคียวยะ...เคียวยะอยู่ไหน" จู่ๆคนที่นั่งเงียบมานานก็พูดขึ้นเบาๆ ใบหน้าของดีโน่ดูเหมือนกำลังจะร้องไห้

 

            "บอส บอส!" โรมาริโอ้รีบเข้ามาหาดีโน่ ดีโน่ยังคงร้อง

 

            "เคียวยะอยู่ไหน ไปตามเคียวยะมาหาฉันที!!" ดูเหมือนว่าความดังของระดับเสียงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ฮิบาริเห็นท่าไม่ดี จึงรีบเข้ามาจับแขนดีโน่

 

            "ฉันอยู่นี่!" ดีโน่หันขวับมามองฮิบาริ ดวงตาสีอำพันมองมาที่เขาอย่างคนไม่รู้จัก และยังไม่ค่อยไว้ใจนัก โรมาริโอ้รีบพูดขึ้น

 

            "บอสครับ นี่ไงครับ คุณฮิบาริ เคียวยะ คนที่บอสกำลังตามหายังไงล่ะครับ" ชายหนุ่มมองนิ่งอย่างสำรวจพลางค่อยๆยกมือขึ้นมาจับใบหน้าของร่างบาง... นิ้วเรียวของชายหนุ่มค่อยๆไล้สำรวจไปยังดวงตา จมูก และริมฝีปาก

 

พลัน...ใบหน้าที่ดูเศร้าสร้อยนั้นก็ค่อยๆคลี่ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา

 

            "เคียวยะ!! เคียวยะจริงๆด้วย!!" สิ้นเสียง ชายหนุ่มก็ดึงร่างเล็กเข้ามากอดแน่นด้วยความดีใจ เด็กหนุ่มเซเข้าอ้อมกอดร่างสูงโดยไม่ทันตั้งตัว ยังคงตกใจแต่ก็ไม่ขัดขืน จำต้องนิ่งให้อีกฝ่ายกอดไป

 

            "ถ้าอย่างนั้น...ผมขอตัวก่อนนะครับคุณฮิบาริ" โรมาริโอ้ยิ้มบางๆให้ก่อนจะลุกเดินออกไป ทิ้งไว้ให้เหลือแต่พวกเขาสองคน

 

 

 

ฮิบาริรู้สึกอึดอัดเมื่อถูกกอดแน่น ก่อนร่างเล็กจะเป็นฝ่ายดันออกมา

 

 

 

            "เคียวยะ...ฉันตามหานายแทบแย่ นายไปอยู่ที่ไหนมา?" ร่างบางนิ่งอึ้งไป... จะให้เขาบอกยังไงว่าเขาเพิ่งพาสาวที่คบคนปัจจุบันไปส่งบ้านมา ขืนบอกอาการคงได้ทรุดหนักพอดี

 

            "ฉัน...ไปเดินเล่นมา" ไม่รู้จะพูดอะไร ก็หาข้ออ้างง่ายๆไปก่อน ดีโน่ยิ้มกว้าง ไม่คิดติดใจอะไร

 

            "คราวหลังเคียวยะจะไปไหนก็บอกฉันก่อนสิ ฉันเหงาแย่" ฮิบาริลอบหันไปทางอื่นก็จะยิ้มหยันนิดๆ... ให้ตายสิ เรารู้สึกเหมือนเราเป็นพี่เลี้ยงเด็กยังไงไม่รู้สิ

 

 

 

 

และแล้ว...กิจวัตรของฮิบาริ เคียวยะก็เปลี่ยนไป... 

 

 

 

 

            "ไม่เอา ไม่กิน ฉันจะไม่ยอมกินอะไรทั้งนั้นถ้าเกิดว่าเคียวยะไม่ป้อนฉัน!!" ดีโน่ร้องโวยวายราวกับเด็กน้อยเอาแต่ใจลั่นห้อง ลูกน้องและพยาบาลบางส่วนต่างหนักใจ โรมาริโอ้พยายามโทรหาฮิบาริ

 

            "ฮัลโหล คุณฮิบาริครับ...ตอนนี้คุณดีโน่กำลังอาละวาดไม่ยอมกินข้าวใหญ่เลยครับ คุณรีบมาที่นี่ด่วนๆเลยนะครับ" พูดจบ เด็กหนุ่มผมดำหัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบก็เดินปึงปึงออกจากห้องทำงานของตน ก่อนจะเรียกแท็กซี่มุ่งไปยังรพ.ทันทีด้วยใบหน้าถมึงทึง

 

            "มันจะอะไรกันนักกันหนาวะเนี่ย!!?" เด็กหนุ่มสบถอย่างหัวเสีย กระฟัดกระเฟียดไปตลอดทาง

 

 

พลั่ก!

 

 

ฮิบาริผลักประตูห้องคนป่วยเดินตึงตังเข้ามา ดีโน่เมื่อเห็นฮิบาริก็ยิ้มกว้าง ดีใจ

 

 

            "เคียวย้าาาาาา" แต่คนที่ถูกเรียกชื่อไม่ได้ดีใจเลยสักนิด ซ้ำยังโมโหสุดๆอีกต่างหาก

 

            "แก! ไอ้ม้างี่เง่า หัดทำตัวให้มันง่ายๆหน่อยได้มั้ย กับข้าวแค่นี้ทำเป็นกินไม่เป็น เสียเวลาฉันทิ้งงานมาหาแกอีก!!" เด็กหนุ่มตะโกนด่าอัดหน้าไม่ยั้งทำเอาดีโน่ชะงัก นิ่งไป บรรดาลูกน้องต่างพากันอ้าปากค้างไปตามๆกัน

 

            "เอ้า" ฮิบาริตักข้าวต้มขึ้นมาเป่าก่อนจะยื่นมาจ่อที่ปากดีโน่

 

            "ฉันป้อนให้แกครั้งนี้ครั้งเดียว ครั้งต่อไปแกต้องกินเอง เพราะฉันไม่ว่าง ตอนเย็นถึงจะมาได้ เข้าใจมั้ย!?" ดีโน่พยักหน้าหงึกหงักอย่างว่าง่าย พลางงับข้าวต้มที่ฮิบาริป้อนให้แต่โดยดี คนอื่นๆพากันถอนหายใจโล่งอก

 

ครั้นเสร็จกิจ ฮิบาริก็ขอตัวกลับ แต่ดีโน่ก็ยังงอแงอยู่

 

            "เคียวยะ พาฉันไปสูดอากาศหน่อยนะ" ร่างบางขี้เกียจต่อปากต่อคำ อยากรีบๆทำรีบๆกลับ จำใจเอาดีโน่ใส่รถเข็น ก่อนจะพาเข็นรอบๆสวนในรพ.

 

 

 

 

            "สิ่งแรกที่ฉันจำได้หลังจากตื่นมาคือ...ชื่อของนาย เคียวยะ ในตอนนั้นฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายเป็นใคร ฉันรู้แค่อย่างเดียว...คือ ฉันรักคนๆนั้นมาก" ร่างเล็กที่เข็นรถเข็นอยู่ชะงักไป ดีโน่พูดต่อ ท่าทางใจเย็น

 

            "พอฉันได้เห็นนาย ความทรงจำของฉันก็ค่อยๆเริ่มไหลมา นั่นคือ ฉันจำหน้าตาของนายได้ แต่หลังจากนั้น ฉันก็จำรายละเอียดอะไรไม่ได้อีกเลย..." ดีโน่เว้นช่วงไปเล็กน้อย ฮิบาริก็ยังคงไม่พูดอะไร เข็นรถต่อไปเรื่อยๆ

 

            "เคียวยะ...เราสองคนเป็นอะไรกันงั้นเหรอ?" เด็กหนุ่มชะงัก หยุดเข็น มองเห็นร่างสูงหันมามองเขา ดวงตาสีอำพันดูเศร้าๆ เต็มไปด้วยคำถาม ร่างบางถอนหายใจ

 

            "แกเป็นอาจารย์ของฉัน..."

 

            "แค่นั้นเองเหรอ..." ฮิบาริพยักหน้า ดีโน่หันกลับไปตามเดิม รู้สึกจ๋อยๆ

 

            "นี่ ฉันเองก็เพิ่งมารู้ว่าแกแอบรักฉันมาตลอดก็ตอนแกเข้าโรงพยาบาลนี่แหละ" ดีโน่หันขวับมามองอีกครั้ง

 

            "จริงเหรอ?"

 

            "เออสิ"

 

            "อ๋อ...ฮะๆๆ อย่างนี้นี่เอง ที่แท้ ความสัมพันธ์ของเรายังไม่พัฒนาไปไหนก็เพราะฉันยังไม่ได้สารภาพรักนี่เอง โธ่เอ๊ย ฮะๆๆ..." ดีโน่หัวเราะให้กับความโง่ของตัวเองแล้วก็หยุด ฮิบาริเข็นรถต่อ ดีโน่ค่อยๆหุบยิ้มลง สีหน้าเคร่งเครียด คิดๆอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป

 

            "ถ้าอย่างนั้น...นายรักฉันมั้ย เคียวยะ?" อีกครั้งที่เด็กหนุ่มต้องหยุดกึก เจอคำถามแบบนี้ไป เขาตอบไม่ถูกเลย เพราะใจจริงก็รู้คำตอบอยู่ แต่หากพูดไปเกิดอาการของดีโน่ทรุดลงอีกล่ะ เขาจึงเลี่ยงๆตอบไป

 

            "...ฉันไม่รู้" เมื่อได้ฟังคำตอบ ชายหนุ่มก็ค่อยๆหันกลับไปที่เดิม

 

            "นั่นสินะ...มันคงจะกะทันหันเกินไป ถ้าอย่างนั้น ไม่เป็นไร หากเคียวยะยังไม่แน่ใจ ฉันก็จะรอ รอจนกว่านายจะให้คำตอบฉันเอง" ฮิบาริเข็นรถเข็นไปเรื่อยๆ ไม่มีใครพูดอะไรต่อจากนั้น เด็กหนุ่มแอบรู้สึกผิดที่ดีโน่เป็นถึงขนาดนี้ก็เพราะตัวเขาเอง

 

 

 

 

 

 

 

            "ฮิบาริจัง คุณโอเคนะคะ?" เสียงของเด็กสาวรุ่นคราวเดียวกัน ผู้เป็นแฟนสาวคนปัจจุบันของฮิบาริ เคียวยะถามขึ้นหลังจากสังเกตว่าแฟนหนุ่มดูแปลกไป ฮิบาริเพิ่งได้สติก็รีบหันมาตอบ

 

            "เอ่อ...ฉัน ไม่เป็นไร" เด็กสาวย่นคิ้ว รู้สึกกังวล

 

            "แน่ใจนะคะ ถ้ามีอะไรไม่สบายใจก็บอกฉันได้นะคะ" ฮิบาริคลี่ยิ้มบางๆ

 

            "ไม่มีอะไรหรอก เธอไปพักผ่อนเถอะ" เด็กสาวยิ้มหวานก่อนจะโบกมือบ๊ายบาย

 

            "ถ้างั้นพรุ่งนี้เจอกันนะคะ" เด็กหนุ่มโบกมือลาก่อนจะเดินกลับไป ทุกครั้งหลังจากที่เขาส่งแฟนเสร็จ เขาก็ต้องไปดูแลคนป่วยต่อ เฮ้อ...เด็กหนุ่มถอนหายใจ รู้สึกลำบากใจที่้ต้องคอยปิดบังม้าพยศเรื่องเหล่านี้

 

 

 

 

 

            "ชื่อของแกคือ ดีโน่ คาวัลโลเน่ อายุ 22 ปี เป็นบอสแห่งคาวัลโลเน่แฟมิลี่รุ่นที่ 10 มีลูกน้องคนสนิทชื่อโรมาริโอ้" ฮิบาริยืนอ่านข้อมูลในแผ่นกระดาษให้ดีโน่ฟัง ดีโน่พยักหน้าเข้าใจ เมื่อเสร็จตรงนี้ เขาก็หยิบรูปถ่ายแต่ละใบขึ้นมา โดยอ่านจากด้านหลังภาพ โดยไล่จากโรมาริโอ้และลูกน้องคนอื่นๆในแฟมิลี่ จากนั้นจึงต่อด้วยวองโกเล่

 

            "เจ้าหนูรีบอร์น ครูฝึก(?)ของแก" ดีโน่พยักหน้า

 

            "ซาวาดะ สึนะโยชิ บอสแห่งวองโกเล่รุ่นที่ 10"

 

            "โกคุเดระ ฮายาโตะ ผู้พิทักษ์วายุ"

 

            "ยามาโมโตะ ทาเคชิ ผู้พิทักษ์พิรุณ"

 

 

...เรื่อยมาเรื่อยๆจนถึงวาเรีย

 

 

            "แซนซัส บอสแห่งวาเรีย ธาตุนภา" ดีโน่พยักหน้า

 

            "สควอโล่ ธาตุพิรุณ"

 

            "สวยแฮะ ผู้หญิงเหรอ?" ฮิบาริชะงักมือ หันมามองดีโน่ด้วยสายตาอำมหิต

 

            "ผู้ชาย เพื่อนแกสมัยเรียนไอ้ม้างี่เง่า"

 

            "อะ...เอ๋ อ่าวเหรอ" ดีโน่จ๋อยไปในทันที ฮิบาริเบะปาก

 

            "แหม...บอกรักฉันแล้วยังมีหน้าไปชมคนอื่นสวยอีกนะ" ดีโน่ตาวาวขึ้นทันที

 

            "เคียวยะหึงฉันเหรอ?" ร่างบางชะงัก เหวอไป รีบปฏิเสธตัวโยน

 

            "เฮ้ย เปล่า ไม่ใช่..." ดีโน่ไม่ได้สนใจคำพูดของฮิบาริเลยแม้แต่น้อย ดีใจกระโดดโลดเต้นเหมือนเด็กๆ

 

            "เคียวยะหึงฉัน เคียวยะหึงฉันนนน ฉันดีใจจังเลยยยยย เย้ๆๆ"

 

            "ไอ้ม้าพยศ ไอ้ม้าพยศ!!" ถึงกระนั้นก็เถอะ การโดนล้อ มันก็อดที่จะรู้สึกขัดเขินไม่ได้ ฮิบาริรีบดึงชายเสื้อให้ดีโน่นั่งลง ชายหนุ่มยังคงยิ้มกว้างไม่หุบ

 

            "เบลเฟกอล ธาตุวายุ..."

 

            "เคียวยะไม่ต้องเปลี่ยนเรื่องเลย หึงฉันก็บอกมาเถอะ~" ดีโน่ยังมิวายแซวต่อ ร่างเล็กกัดฟันกรอด มองอีกฝ่ายท่าทางเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

 

            "ฉัน-ไม่-ได้-เปลี่ยน-เรื่อง!!!" พอเจอน้ำเสียงดุๆ ม้าพยศก็เลิกพยศ ยอมหยุดล้อแต่โดยดี ฮิบาริยกภาพถ่ายให้ดูแผ่นต่อๆไป ทำเช่นนี้จนเวลาผ่านไปเป็นชม.ๆ

 

 

 

 

 

            "ไม่เลว แกจำชื่อจำหน้าทุกคนได้หมดแล้ว" เด็กหนุ่มวางภาพถ่ายลง ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกว่าภารกิจในวันนี้ก็เสร็จสิ้นไปด้วยดี เขาเตรียมตัวจะกลับบ้าน

 

            "แต่คนพวกนั้นน่ะ ฉันจำได้แค่ชื่อกับหน้า รายละเอียดอื่นๆฉันจำไม่ได้ซะหน่อย" ดีโน่คว้าข้อมือฮิบาริไว้ ชายหนุ่มค่อยๆหันมามองอีกฝ่าย แววตาจริงจัง

 

            "ฮิบาริ เคียวยะ อายุ 15 ปี เกิดวันที่ 5 พฤษภาคม ที่นายจำวันนี้ได้เพราะเป็นวันเด็กผู้ชาย นายมีสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งที่ชื่อฮิเบิร์ด อาวุธประจำตัวของนายคือ ทอนฟา ปณิธานของนายคือการปกป้องโรงเรียนนามิโมริและเมืองๆนี้ อาหารที่ชอบคืออาหารญี่ปุ่นและแฮมเบอร์เกอร์ คำพูดติดปากของนายคือ ฉันจะขย้ำแกให้ตาย..." เด็กหนุ่มเรือนผมสีดำและดวงตาสีนิลยืนตะลึง ตัวชาไปกับรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับตนที่ม้าพยศร่ายมา ถูกต้องทุกๆอย่าง... ไม่คิดเลยว่าดีโน่จะสามารถจดจำรายละเอียดต่างๆได้ขนาดนี้

 

            "ฉันจำได้แค่ของเคียวยะคนเดียว...แค่นายคนเดียวจริงๆ" รอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งผ่านใบหน้าคมของชายหนุ่มเรือนผมสีทอง ดวงตาสีน้ำผึ้งสบมองตรงๆมาที่ตัวเขาจนเขารู้สึกประหม่า หัวใจเต้นรัวขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ฮิบาริดึงสติให้กลับมาก่อนจะสะบัดมือให้หลุดออก พลันหันหลังเดินออกไปโดยไม่กล่าวคำร่ำลา...

 

 

 

 

 

            "นางาเสะ..."

 

            "คะ?" เด็กหนุ่มเรือนผมสีดำสนิทเอ่ยเรียกแฟนสาวด้วยนามสกุล เด็กสาวเจ้าของนามสกุลนางาเสะเงยหน้าขึ้นมามองในขณะที่กำลังรับประทานอาหารอยู่

 

            "เธอชอบสีอะไร?" นางาเสะย่นคิ้วเล็กน้อยอย่างสงสัย ก่อนจะตอบ

 

            "สีเขียวไงคะ ...ฮิบาริจังถามทำไมเหรอคะ?"

 

            "เอ่อ...เปล่า ไม่มีอะไร แล้ว...ฉันชอบสีอะไร เธอจำได้มั้ย?" เมื่อได้ฟังคำถาม เด็กสาวก็วางตะเกียบลง ก้มหน้าเล็กน้อย

 

            "เท่าที่ฉันจำได้ คุณไม่เคยบอกฉันมาก่อนเลยค่ะ แต่ถ้าให้ฉันเดาก็คงจะเป็นสีดำล่ะมั้งคะ" พูดจบเธอก็ยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะหยิบตะเกียบคีบอาหารต่อ ฮิบาริครุ่นคิดอะไรสักหน่อยแล้วก็ถามต่อ

 

            "ถ้าอย่างนั้น เธอจำได้รึเปล่าว่า ฉันชอบกินอะไร?" นางาเสะเงยหน้าขึ้นมามองอีกครั้ง

 

            "เท่าที่เราเคยเดทกันมา คุณไม่เคยชวนฉันไปกินอาหารอย่างอื่นเลยนอกจากอาหารญี่ปุ่นเลยนะคะ"

 

            "งั้นเหรอ..." เด็กหนุ่มเอ่ยเบาๆ ยังคงครุ่นคิดอะไรต่อไป นางาเสะยังคงมองฮิบาริไม่วางตา

 

            "ฮิบาริจัง...ถ้างั้นคุณจำได้มั้ย ว่าฉันชอบกินอะไร?" เจอเป็นฝ่ายถูกถามบ้าง ฮิบาริอึ้งไป ใช้เวลาคิดก่อนจะตอบ

 

            "เธอชอบกินเทมปุระกับทาโกยากิใช่มั้ย?" เด็กสาวขมวดคิ้ว ดวงตาฉายแววน้อยใจเล็กๆ

 

            "เทมปุระน่ะใช่ค่ะ แต่ทาโกยากิผิดแล้วนะคะ แล้วของหวานล่ะค่ะ ฮิบาริจังจำได้รึเปล่าว่าฉันชอบกินของหวานอะไร?" ครั้งนี้เด็กหนุ่มเงียบ ตอบไม่ได้เพราะนึกไม่ออก นางาเสะเอ่ยด้วยความน้อยใจ

 

            "ไอศกรีมชาเขียวถั่วแดงกับแยมโรลไงล่ะคะ..." ฮิบาริได้ฟังคำตอบก็เพิ่งจะนึกออก

 

            "อ้อ...จริงด้วยสินะ"

 

            "ฮิบาริจัง...ฉันเข้าใจค่ะว่าคุณไม่ชอบของหวาน แต่อย่างน้อยๆรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับตัวฉัน คุณก็ควรจะจำได้บ้างสิคะ..." ฮิบารินิ่งไป รู้สึกผิด นางาเสะตัดพ้อ

 

            "แล้ววันเกิดของฉันล่ะคะ? คุณจำได้รึเปล่า??" นิ่งเงียบ ไม่มีคำตอบจากกรรมการรักษาระเบียบแห่งนามิโมริ... เด็กสาววางตะเกียบลง ลุกขึ้นพรวด

 

            "ฮิบาริจัง ถ้าคุณเบื่อฉัน คุณก็บอกฉันมาตรงๆเลยก็ได้นะคะว่าสองเดือนที่ผ่านมามันไม่มีความหมายอะไรกับคุณเลยน่ะ ...ฉันเองก็ทนกับสภาพแบบนี้ไม่ไหวเหมือนกันค่ะ" พูดจบ เด็กสาวก็คว้ากระเป๋าของตน ก่อนจะผลุนผลันออกไปจากร้านอาหาร ฮิบาริตกใจ รีบวิ่งตามไปแต่นางาเสะรีบขึ้นรถประจำทางที่วิ่งมาพอดีไปเสียแล้ว ฮิบาริถอนหายใจก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์หานางาเสะ แต่เด็กสาวกลับปิดเครื่องหนี เด็กหนุ่มร่างเล็กยกหูออก รู้สึกโกรธตัวเองที่ทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย

 

 

 

 

 

 

ไม่นานนัก...ฮิบาริก็ได้รับเมสเสจจากนางาเสะว่า 'เราเลิกกันเถอะ' แล้วหลังจากนั้น เขาก็ไม่ได้รับข่าวคราวอะไรจากนางาเสะอีกเลย

 

 

รู้สึกแย่มั้ย? แน่ล่ะว่ารู้สึกแย่ แต่ถึงกับขั้นเจ็บหนัก กินไม่ได้ นอนไม่หลับมั้ย ก็ไม่ เด็กหนุ่มครุ่นคิดกับตัวเอง หรือว่าจริงๆเราไม่ได้รักนางาเสะมาตั้งแต่ต้นจริงๆ?

 

 

แต่ก็อย่างว่า...ชีวิตก็เดินต่อไป ตัวเขาก็คอยตรวจตราโรงเรียนและรอบเมือง และไม่ลืมที่จะคอยมาดูแลม้าโง่ด้วย...

 

 

 

ฮิบาริเดินตรงไปยังห้องคนไข้ของดีโน่ เมื่อเปิดประตูเข้าไป เขาก็ได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวดังออกมา

 

 

 

 

            "ฮะๆๆ อ้าว เคียวยะ นายมาพอดีเลย" ดีโน่เมื่อเห็นฮิบาริเดินเข้ามาก็ทัก คนอื่นๆอันได้แก่สึนะ โกคุเดระ ยามาโมโตะและรีบอร์นต่างก็หันมามองด้วยความแปลกใจ

 

            "เอ๋...คุณฮิบาริมาเยี่ยมคุณดีโน่ด้วยเหรอครับ?"  สึนะถามขึ้น

 

            "แกมาทำไมฟะ เจ้าฮิบาริ!?" โกคุเดระเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์

 

            "ไง ฮิบาริ" ยามาโมโตะทักด้วยความเป็นมิตร

 

            "ดีจ้า ฮิบาริ" อันนี้เป็นเสียงรีบอร์น... ฮิบาริกราดมองทุกคน รู้สึกรำคาญใจที่มีคนเยอะ

 

            "มาสุมหัวอะไรกันแถวนี้ เจ้าพวกสัตว์กินพืช อีกอย่าง...ฉันไม่ได้มาเยี่ยม แต่ตาลุงหนวดขอร้องให้ฉันมาคอยดูแลมัน" ไม่พูดเปล่า ยังชักทอนฟาออกมาขู่เสียด้วย สึนะสะดุ้ง รู้สึกสันหลังเสียววาบ รู้ตัวรีบค่อยกระเถิบออกไป

 

            "พวกเราออกไปกันเถอะ ฮิบาริเขามีธุระจะคุยกับคุณดีโน่แค่สองคน" ยามาโมโตะเอ่ยหน้าซื่อ แต่ทำเอาทุกคนสะอึกไปพร้อมๆกันว่า แกพูดอะไรออกม้าาา!!? สึนะ โกคุเดระ รีบเผ่นออกข้างนอกอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมาทางด้านหลัง

 

และเมื่อทุกคนออกไปแล้ว

 

            "เคียวยะ... นายไปไล่พวกเขาทำไมน่ะ พวกเขาแค่เอาผลไม้มาเยี่ยมฉันเองนะ" ดีโน่หน้าจ๋อยเล็กน้อยเมื่อเพื่อนๆของตนออกไป ฮิบาริเดินมานั่งลงข้างเตียง สีหน้าเซ็งๆเบื่อๆ มือก็หยิบแอปเปิลออกจากตะกร้าเยี่ยมไข้ คว้ามีดมาปอกเปลือก

 

            "ก็เจ้าพวกนั้นส่งเสียงดังน่ารำคาญ นี่มันโรงพยาบาลแท้ๆ ฉันอยากจะอยู่อย่างสงบๆ" พูดถึงเท่านี้แล้วก็เดินไปหยิบจานออกมาจากตู้ ปอกเปลือกเสร็จแล้วก็ผ่าครึ่ง ก่อนจะตัดเป็นชิ้นๆ

 

            "ให้ตายสิ ทำไมวันนี้มีแต่เรื่องแย่ๆ..." เด็กหนุ่มบ่นพลางหยิบแอปเปิลอีกลูกมาปอกเปลือกออกอีก

 

            "แกก็เหมือนกัน เป็นคนป่วยแท้ๆแทนที่จะนอนพัก ดันทำซ่าส่งเสียงดัง สุมหัวกับไอ้พวกสัตว์กินพืชเหลาะแหละนั่นอีก" ปอกเปลือกเสร็จก็ผ่าครึ่งลงบนจาน ก่อนจะใช้มีดตัดเป็นชิ้นๆ ดีโน่ไม่พูดอะไร ยังคงมองฮิบาริตาไม่กระพริบ

 

            "แถมไอ้นักเบสบอลหัวแหลมนั่นอีก... ฮึ ใครอยากจะมาคุยธุระกับไอ้ม้าโง่อย่างแกกัน พูดจาไม่เข้าหูซะจริงๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นโรงพยาบาลนะ..." พอร่างเล็กตั้งท่าจะหยิบแอปเปิลในตะกร้ามาอีกลูก ดีโน่ก็เอื้อมมือเข้ามาจับทันที

 

            "เคียวย้าาาา พอได้แล้วววว" เด็กหนุ่มชะงักมือ หันมามองงงๆ

 

            "อะไร?" ดีโน่ทำสีหน้าเว้าวอน

 

            "แอปเปิลสองลูกก็พอแล้ว มากกว่านี้ฉันกินไม่หมดดดด" ฮิบาริชะงักไป เมื่อมองที่จานก็เห็นว่ามีแอปเปิลที่เขาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆเต็มจานไปหมด เด็กหนุ่มเหมือนเพิ่งได้สติ รีบเก็บแอปเปิลลูกที่สามกลับที่เดิมไปทันที เมื่อรู้ว่าเสียฟอร์มก็พยายามหาข้ออ้าง

 

            "ใครให้แกกินคนเดียว ฉันก็จะกินด้วยต่างหาก!" ดีโน่เลิกคิ้ว

 

            "แต่ว่านี่มันผลไม้เยี่ยมฉันนะ..."

 

            "ของของแกก็เหมือนกับของของฉันน่ะแหละ!!" ดีโน่ชะงัก ฮิบาริก็ชะงัก เมื่อรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไปก็รีบแก้ลำ

 

            "อุตส่าห์มาดูแลแกทุกวัน เบี้ยเลี้ยงก็ไม่ได้สักบาท ทำไม? แค่แอปเปิลแค่นี้ขอไม่ได้หรือไง" พูดพลางมองค้อนนิดๆก่อนจะหยิบแอปเปิลในจานไปกิน กอดอกไม่ยอมสบตา ดีโน่มองอีกฝ่ายพลางหัวเราะเบาๆ

 

            "เคียวยะ...ฉันรู้นะว่า การที่นายมาดูแลฉันแบบนี้ เป็นเพราะโรมาริโอ้ขอมาน่ะ" ฮิบาริชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหยิบแอปเปิลชิ้นต่อไปมากินต่อ ดีโน่พูดต่อไป น้ำเสียงจริงจัง

 

            "จริงๆแล้ว...ถ้ามันฝืนใจเคียวยะ นายไม่จำเป็นต้องทำก็ได้นะ..." ท้ายประโยคน้ำเสียงดูแผ่วลง เด็กหนุ่มนิ่งไป หากเป็นแต่ก่อนเขาคงจะลุกออกไปดื้อๆ แล้วก็ดีใจที่ไม่ต้องมาคอยดูแลม้าโง่อีกด้วย แต่ตอนนี้ ไม่รู้ทำไม เขาดูแลดีโน่มาสองอาทิตย์ได้แล้ว ดีโน่ก็เหมือนจะเริ่มจำอะไรได้มากขึ้นเรื่อยๆ แถมเมื่อครู่นี้ก็หัวเราะเฮฮากับเพื่อนๆได้ดูมีความสุขดี ...นี่เขาไม่ได้ฝืนใจตัวเองงั้นเหรอ?

 

            "เหอะ...เห็นแก่การเป็นอาจารย์ฉันมานาน จะให้ฉันใจไม้ไส้ระกำ ปฏิเสธตาลุงนั่น นอนดูแกนอนเดี้ยงอยู่เฉยๆน่ะเหรอ..." ดีโน่คลี่ยิ้มบางๆ... พอใจกับคำตอบที่ได้รับ

 

            "นั่นสินะ... ถึงตอนนี้ฉันจะยังจำไม่ได้ว่าอะไรทำให้ฉันเครียดและเสียใจถึงขั้นป่วยขนาดนี้ แต่...ฉันก็ดีใจนะที่นายไม่ทอดทิ้งฉัน" เด็กหนุ่มหยุดเคี้ยวกลางคัน นิ่งไป ในใจของเขาร้อนรนไปหมด...

 

 

 

จะให้ฉันพูดยังไง...ว่าตัวการที่ทำให้แกเป็นแบบนี้ก็คือฉัน

 

 

การที่มาดูแลแกในตอนนี้ มันก็แค่ความรู้สึกผิดเท่านั้นแหละ

 

 

 

            "ดีโน่..."

 

            "หืม?"

 

            "แกชอบกินอะไร?"

 

            "เห?" ดีโน่งงที่จู่ๆฮิบาริก็ถามขึ้นซะเฉยๆ ฮิบาริเอ่ยเสียงเรียบ

 

            "บ่นนักไม่ใช่เหรอไงว่าอาหารรพ.ซ้ำซากจำเจ ฉันจะได้ลงไปซื้อให้กิน" ถึงจะไม่เข้าใจ แต่ดีโน่ก็ดีใจที่ถาม ชายหนุ่มคลี่ยิ้ม

 

            "ในตอนนี้น่ะ ฉันยังไม่หิวหรอก" ดีโน่พูดพลางหยิบจานแอปเปิลมาไว้กับตัว

 

            "ขอแค่ตอนนี้นายอยู่เป็นเพื่อนฉัน กินแอปเปิลจานนี้จนหมด แล้วก็อยู่จนฉันหลับก็พอ" เด็กหนุ่มค่อยๆหันไปมองอีกฝ่ายช้าๆ เอาอีกแล้ว...รอยยิ้มอบอุ่นนั่นอีกแล้ว แววตาของดีโน่ดูจริงจังเหลือเกิน แล้วจะให้เขาทำอย่างไร นอกจากขยับเข้ามานั่งข้างๆ แล้วหยิบแอปเปิลในจานกินไปด้วย

 

            "ยิ้มอะไรของแก?" ร่างเล็กเอ่ยถาม หลังจากเห็นร่างสูงเอาแต่มองเหม่อ กินแอปเปิลยิ้มๆ ดีโน่หัวเราะเบาๆ

 

            "เปล่า ฉันก็แค่รู้สึกว่า มีความสุขจัง ก็แค่นั้นแหละ..." หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก... ฮิบาริไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของดีโน่ที่ว่ามีความสุข แต่เขาก็ไม่คิดจะถามต่อ เมื่อกินแอปเปิลจนหมด ก็ส่งน้ำให้ดื่ม เมื่อดีโน่ดื่มน้ำเสร็จก็เอนตัวลงนอน รอจนคิดว่าอีกฝ่ายหลับก็ลุกเดินออกไป

 

 

 

ระหว่างที่เดินกลับบ้าน ฮิบาริก็ครุ่นคิดอะไรหลายอย่าง

 

 

แต่ก่อน ไม่เคยเลยสักครั้งที่ตนจะสนใจเรื่องของดีโน่

 

 

ตรงกันข้าม มีแต่ดีโน่ที่คอยรับรู้เรื่องราวต่างๆของเขา

 

 

ก็ไอ้ม้าบ้าชอบมาอยากรู้อยากเห็นเรื่องของเขาซะเหลือเกิน ทนรบเร้าไม่ได้ก็เลยต้องบอกไป เล่าไปเล่ามาก็กลายเป็นเรื่องที่รู้กันแค่สองคน

 

 

หลังจากนั้น มีเรื่องอะไร เขาก็จะมาเล่าให้ดีโน่ฟังเสมอ ดีโน่เองก็มักจะรับฟังอย่างตั้งใจทุกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่า ดีโน่เองจะเจ็บปวดแค่ไหน...

 

 

พอคิดดีๆแล้ว...เราไม่เคยสนใจความรู้สึกของดีโน่เลยแม้แต่น้อย

 

 

คิดแล้วก็รู้สึกผิด...

 

 

พอมาตอนนี้สถานการณ์พลิกผัน

 

 

กลายเป็นว่าเขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตดีโน่ ชีวิตประจำวัน ความคิดต่างๆ

 

 

ดีโน่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาไปแล้ว...

 

 

แล้วดูเหมือนว่าเขาเอง ก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจมันเท่าไหร่

 

 

 

 

 

 

 

 

เวลาผ่านมาจนครบ 1 เดือน ตัวเขาเองตั้งแต่เลิกกับนางาเสะ ก็ไม่ได้คบใครอีกทั้งนั้น

 

 

เพราะแต่ละคนที่เขาคบมา ก็ไม่มีใครทำให้เขารู้สึกรัก อยากดูแล อยากเอาใจใส่ อยากปกป้อง เหมือนที่ผู้ชายทั่วๆไปทำกัน

 

 

มีผู้หญิงมาสารภาพรักกับเขาอีก แต่เขาก็ปฏิเสธไป

 

 

แค่ดูแลม้าโง่คนเดียวก็วุ่นจะตายอยู่แล้ว ยังจะให้มาดูแลผู้หญิงอีกหรือ

 

 

โทรศัพท์จากที่แต่ก่อนทั้งส่งข้อความทั้งโทรเป็นว่าเล่น ตอนนี้แทบไม่ได้แตะ

 

 

อา...ไม่ได้ยินเสียงริงโทนร.ร.นามิโมริมานานแล้วสินะ

 

 

 

 

จะมีก็แต่...

 

 

 

 

ติ๊งต่อง!

 

 

          [ราตรีสวัสดิ์นะเคียวยะ]

 

 

 

 

ไอ้ม้าโง่ที่มักจะส่งข้อความมาหาเขาเสมอหลังจากได้เบอร์มือถือเขา แรกๆเขาก็ทำเมินๆไป ไม่ตอบ แต่หลังๆพอไม่ตอบก็รู้สึกยังไงอยู่ เลยส่งตอบกลับไปสั้นๆ ทุกวัน

 

 

            [เออ ราตรีสวัสดิ์]

 

 

ดีโน่ก็ไม่ได้ตามตอแย ไม่ส่งอะไรมาอีก ตอนนี้เดาว่าหมอนั่นคงหลับไปแล้วเพราะฤทธิ์ยา หมอบอกกับโรมาริโอ้ว่า ตั้งแต่ฮิบาริมาดูแลดีโน่ สภาพทางจิตใจของดีโน่ก็ดีขึ้นมาก และอาจจะไม่ต้องพึ่งยาอีกต่อไป

 

 

อีกไม่นาน ดีโน่ก็กลับไปบ้านได้แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ดีโน่จะได้ออกจากโรงพยาบาล ดีโน่งอแงอยากให้ฮิบาริไปส่งที่บ้านให้ได้ โรมาริโอ้มาบอกฮิบาริอย่างเหนื่อยใจ เด็กหนุ่มผมดำถอนหายใจ จำต้องนั่งรถไปด้วยกันกับดีโน่

 

 

เมื่อถึงบ้าน ในตอนนั้นเป็นเวลาเย็น ดีโน่จึงชวนให้ฮิบาริอยู่กินมื้อเย็นด้วยกัน เพื่อเป็นการขอบคุณ ฮิบาริไม่ได้ชอบใจนักเพราะคนเยอะ แต่ก็จำใจรับไปตามมารยาท เหล่าลูกน้องต่างก็เฮกันที่เจ้านายกลับบ้าน

 

 

อาหารเย็นก็อร่อยดีอยู่หรอกแต่เขารู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศที่มีคนเยอะๆ เมื่อสบโอกาสเขาก็ปลีกตัวออกมาเดินเล่นที่สวนเงียบๆ ลมเย็นๆพัดมา ความรู้สึกที่อยู่คนเดียวแบบนี้ต่างหากดีที่สุด...

 

 

 

            "เคียวยะ! เคียวยะ นึกแล้วว่านายต้องอยู่ที่นี่" ดีโน่วิ่งออกมาที่สวนแล้วก็เจอเข้ากับคนที่ตนตามหา เด็กหนุ่มชะงักฝีเท้า หันไปมอง ชายหนุ่มคลี่ยิ้ม โล่งใจที่เจอตัว

 

            "เป็นอะไรไป ไม่ชอบงานเลี้ยงเหรอ?" ดีโน่เดินเข้ามาขนาบข้างๆ ฮิบาริเอ่ยเสียงเรียบ มองไปข้างหน้า

 

            "แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบคนเยอะ" ดีโน่ยิ้มแหยๆ

 

            "ฮ่ะๆๆ โทษทีนะเคียวยะ แต่พอดีลูกน้องฉันก็อยากจะจัดงานฉลองต้อนรับกลับมาน่ะก็เลยเลี่ยงไม่ได้..." ร่างเล็กไม่ตอบอะไร ทั้งสองเดินไปรอบๆ ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ ผิดจากภายในคฤหาสน์

 

 

 

 

 

            "เคียวยะ...นายเองก็ดูแลฉันตลอดเดือนกว่าๆ ลำบากนายแย่เลย..." ดีโน่พยายามชวนคุย ฮิบาริเหล่มองนิดๆแต่ก็ไม่ตอบอะไร ดีโน่เห็นเช่นนั้นก็เปลี่ยนหัวข้อ

 

            "ในตอนนี้ความทรงจำหลายๆอย่างของฉันก็กลับมาเยอะแล้วล่ะ ฉันเริ่มจำการต่อสู้ในอดีตได้ เริ่มจำวิธีการใช้แส้ได้แต่ก็ยังต้องอาศัยการฝึกฝนบ้าง..." ดีโน่เว้นช่วงเล็กน้อย ฮิบาริก็ยังคงไม่พูดอะไร แต่ก็ยังฟังอยู่

 

            "เคียวยะ...อาทิตย์หน้าเป็นวันเกิดฉัน..." เด็กหนุ่มเงยหน้า ก่อนจะหันไปมองร่างสูงช้าๆ ดีโน่หันมามองตอบ ก่อนจะยิ้มให้

 

            "นาย...มาให้ได้นะ แต่ถ้าติดธุระก็ไม่เป็นไร"

 

            "...อืม" ร่างบางเพียงแต่เอ่ยตอบสั้นๆ เท้าทั้งสองคู่ก้าวเดินไปเรื่อยๆ จนไปถึงหลังคฤหาสน์ ใบหน้าที่สงบนิ่งของดีโน่ค่อยๆเปลี่ยนไป แววตาของร่างสูงเริ่มกังวลกับอะไรบางอย่าง คิดแล้วคิดอีกว่าจะพูดออกไปดีหรือไม่ ในที่สุดดีโน่ก็หยุดเดิน ก่อนจะหันมาหาฮิบาริ

 

            "เคียวยะ...ฉันขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย?"

 

            "...อืม"

 

            "สัญญานะว่านายจะตอบ อย่าตอบว่าไม่รู้ หรือเงียบเลยนะ..."

 

            "...อืม"

 

            "นาย...รักฉันบ้างหรือเปล่า?" คำถามเดิมในตอนนั้นที่ยังไม่ได้รับการไขกระจ่าง... เด็กหนุ่มเรือนผมสีดำสนิทยืนนิ่ง รู้สึกเหมือนหัวใจบีบรัด ...อย่างที่เคยบอกเอาไว้ ว่าเขารู้คำตอบดี แต่เขาก็ไม่อยากทำให้คนตรงหน้าเสียใจ

 

            "ฉัน..." ดีโน่จ้องมองมาด้วยสายตาคาดคั้น แววตาของชายหนุ่มเห็นได้ชัดว่ากระวนกระวายใจกับคำตอบที่จะได้รับมาก ฮิบาริสูดหายใจลึกๆ มองตาอีกฝ่ายตอบ จำต้องบอกออกไป

 

            "ฉันไม่ได้ระ..."

 

            "ไม่...พอก่อน" จู่ๆดีโน่ก็ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณห้าม ฮิบาริหยุดพูดไปในทันทีอย่างสงสัย พลัน...เขาก็มองเห็นดีโน่ก้มหน้าลงเพื่อจะหลบสายตา ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมใบหน้าตนเอง น้ำเสียงเริ่มสั่น ดูก็รู้ว่า...กำลังจะร้องไห้

 

            "ไม่ ฉันไม่ต้องการแบบนี้ ฉันไม่ได้เตรียมใจเพื่อมาฟังคำปฏิเสธของเคียวยะ...ฉัน..." ดีโน่เหมือนพยายามจะเรียบเรียงคำพูดให้ออกมาเป็นคำ ทั้งที่น้ำเสียงสั่นไปหมด ในตอนนี้ดีโน่ก้มหน้าลง ไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้เห็นคราบน้ำตา

 

            "ดีโน่..." ฮิบาริเอ่ยเสียงแผ่วเบา ค่อยๆย่อตัวลงเพื่อจะได้แหงนมองใบหน้าของอีกฝ่าย ริมฝีปากได้รูปนั้นกำลังสั่นระรัว... ดีโน่พยายามยกมือปาดน้ำตาออกก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง คลี่ยิ้มทั้งน้ำตา

 

            "เคียวยะ...นี่จะเป็นวันสุดท้ายที่นายจะต้องมาดูแลฉัน เพราะงั้น ก่อนจาก ฉันอยากได้ยินว่า เคียวยะรักฉันสักครั้ง จะได้มั้ย?" ดีโน่จับข้อมือฮิบาริเอาไว้ ดวงตาคู่คมฉายแววขอร้องอ้อนวอน ใบหน้าหล่อเหลานั้นแดงก่ำจากการร้องไห้ ฮิบาริมองตอบ รู้สึกแย่ไม่แพ้กัน

 

            "แต่ฉัน..."

 

            "มันไม่จำเป็นจะต้องเป็นความจริงก็ได้...โกหกก็ได้...นะ เคียวยะ" ใบหน้าหวานคมนั้นเรียวคิ้วขมวดเข้าหากัน ฮิบาริมองดีโน่อย่างไม่เข้าใจว่า ทำไมดีโน่ถึงได้โหยหาความรักจากเขานัก เขามีอะไรดี ทำไมดีโน่ถึงได้รักคนอย่างเขานักหนา ยิ่งทำแบบนี้ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดเข้าไปใหญ่

 

            "ขอร้องเถอะนะเคียวยะ...ฉันสัญญา ว่าหลังจากนี้ฉันจะไม่ทำให้นายเดือดร้อน จะไม่เข้าไปยุ่งกับชีวิตนายอีก ฉันขอแค่คำนี้คำเดียว ไม่คิดจะขออะไรมากไปกว่านี้แล้ว ได้โปรดเถอะนะ" น้ำใสๆไหลรินออกมาจากดวงตาของบอสหนุ่ม ในสถานการณ์เช่นนี้ เมื่อมีคนมาอ้อนวอนและร้องไห้ต่อหน้า มีหรือที่เขาจะปฏิเสธลง

 

            "ก็ได้..." ร่างเล็กสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะยกมือขึ้นวางทาบกับมือของร่างสูง ดวงตาสีรัตติกาลช้อนมองขึ้น ในขณะที่อีกฝ่ายเองก็กำลังรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ

 

 

 

          "...ฉัน...รักนาย ดีโน่"

 

 

 

แม้ว่าจะเป็นคำโกหกที่อีกฝ่ายขอให้พูดให้ แต่มันก็ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังร้องไห้นั้นเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง ดีโน่ค่อยๆคลี่ยิ้มออกมา

 

 

            "ขอบคุณนะเคียวยะ...ขอบคุณมากๆ" ดีโน่หัวเราะออกมาเบาๆ ริมฝีปากฉีกยิ้มกว้างราวกับว่าจะมีความสุข แต่...น้ำตานั้นกลับรินไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างไม่ขาดสาย ถึงแม้ดีโน่จะพูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่...เขาก็รู้สึกได้ว่า แววตาคู่นั้นดูเศร้ามากเหลือเกิน

 

            "ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่นายทำให้ฉันนะเคียวยะ ฉันจะไม่ลืม...ไม่มีวันลืมเลย" ดีโน่ทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ราวกับคนบ้าจนฮิบาริเริ่มเป็นห่วง จะเข้ามาจับตัว ดีโน่ตัดบททันที

 

            "ฉันไม่เป็นไร...กลับเข้าข้างในกันเถอะ" พูดจบ ดีโน่ก็เป็นฝ่ายเดินนำไปเสียดื้อๆโดยไม่รอจนเด็กหนุ่มต้องวิ่งตามไป เริ่มรู้สึกกังวลกับอารมณ์ในตอนนี้ของดีโน่ แต่ร่างสูงนั้นก็เดินเร็วเสียจนเขาตามแทบไม่ทัน

 

ครั้นถึงหน้าประตูบ้าน ดีโน่ก็หยุด ก่อนจะหันมายิ้มให้

 

            "นายกลับไปได้แล้วล่ะ"

 

            "..."

 

            "หน้าที่ของนายสิ้นสุดลงแค่ตรงนี้ ฉันไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ" เด็กหนุ่มมองร่างสูงที่เดินเข้าบ้านไป สีหน้ายังไม่หายกังวล ยังไม่เชื่อว่าดีโน่โอเคจริงๆ ก็ในเมื่อ...เมื่อครู่ยังเป็นซะขนาดนั้น ดีโน่เห็นเช่นนั้นก็ส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้

 

            "กลับไปพักเถอะ แล้วเดี๋ยวฉันจะให้คนขับรถไปส่ง" ฮิบาริมองดีโน่อย่างชั่งใจเล็กน้อย แต่ในเมื่อดีโน่พูดซะขนาดนี้ เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก่อนจะตัดสินใจเดินหันหลังออกไป

 

            "เคียวยะ" เมื่อถูกเรียก เจ้าของชื่อค่อยๆหันมามองว่าอีกฝ่ายมีอะไร ดีโน่คลี่ยิ้มกว้าง ก่อนจะเอ่ยประโยคๆหนึ่ง...

 

 

 

 

 

          "...ฉันก็รักนายนะ"

 

 

 

 

 

            "..."

 

            "ลาก่อน ดูแลตัวเองดีๆด้วยนะ"

 

            "..."

 

 

 

 

แล้วดีโน่ก็หันหลังเดินจากไปจากตรงนั้น

 

 

เมฆาหนุ่มยังคงยืนนิ่งตะลึงงัน ราวกับตกอยู่ในภวังค์

 

 

 

            "คุณฮิบาริครับ คุณฮิบาริครับ" เสียงเรียกของหนึ่งในลูกน้องของดีโน่เรียกสติฮิบาริคืนมา เด็กหนุ่มรีบหันไปมองทางต้นเสียง ยังคงช็อกไม่หาย

 

            "อะ...อะไร?"

 

            "รถพร้อมแล้วครับ"

 

 

 

 

 

 

 

และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้าย...ที่เราได้ไปเหยียบที่บ้านหมอนั่น 

 

 

 

 

ไม่กี่วันต่อมาฮิบาริก็ทราบข่าวจากคุซาคาเบะว่า ดีโน่ได้ย้ายกลับไปอยู่อิตาลีถาวร

 

 

 

 

ทำไม...ไม่เห็นจะบอกอะไรเราเลย ไม่บอกเลยสักคำ

 

 

 

 

            "คุณเคียว..."

 

            "..."

 

            "คุณเคียวครับ"

 

            "อะไร? คุซาคาเบะ"

 

            "คุณเคียวเป็นอะไรไปน่ะครับ?"

 

            "แล้วฉันเป็นอะไรไปเล่า!?"

 

            "คุณเคียวร้องไห้ทำไมครับ?"

 

 

 

เด็กหนุ่มยกมือขึ้นแตะไปที่โหนกแก้มของตน

 

 

 

...น้ำตา

 

 

 

น้ำตาไหลมาได้ยังไงกัน 

 

 

 

 

 

            "นี่ฉันร้องไห้ทำไม?" เด็กหนุ่มเอามือจับหน้าตัวเองอย่างไม่เข้าใจก่อนจะพยายามปาดมันออก คุซาคาเบะอึ้ง

 

            "หรือว่า คุณเคียวจะ..."

 

            "ไม่! ฉันไม่ได้รักมัน!" คุซาคาเบะสะดุ้ง คิดในใจ...ผมก็ยังไม่ทันพูดอะไรเลยสักหน่อย

 

            "ฉันก็แค่รู้สึกผิด ที่ทำให้มันเจ็บปวด ก็เท่านั้นเอง..." ฮิบาริเอ่ยท้ายประโยคเสียงแผ่วลง ไม่รู้ว่านั่นเป็นคำตอบจริงๆ หรือเป็นเพียงคำพูดที่มีไว้บอกตัวเองกันแน่

 

 

 

 

ฉันร้องไห้ทำไม?

 

 

ฉันควรจะดีใจสิ ที่ไม่ต้องไปข้องเกี่ยวกับหมอนั่นอีก

 

 

แต่ทำไม ฉันถึงไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด

 

 

น้ำตานี้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าเรากำลังเสียใจ

 

 

เสียใจว่าเหมือนบางสิ่งขาดหายไป...

 

 

 

 

ก่อนหน้านี้เราไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตขาดอะไร ก็อยู่คนเดียวสบายๆ ไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น

 

 

จนกระทั่งม้าโง่ได้ผ่านเข้ามา ไม่สิ ตัวเราที่ถลำเข้าไปในโลกของมัน

 

 

ครั้นกลับออกมาสู่โลกใบเก่า ก็รู้ได้เลยว่า โลกของเรามันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

 

เหมือนกับว่าก่อนที่จะกลับออกมา เราได้ลืมเอาอะไรบางอย่างออกมา

 

 

 

 

 

 

ในที่สุด...ฮิบาริ เคียวยะก็รู้คำตอบนั้นแล้วว่ามันคืออะไร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฉัน...ขาดดีโน่ไปไม่ได้

 

 

 

 

 

 

 

TBC

 
 
ยังมีต่อนะคะ แหะๆ ไว้ต่อวันพรุ่งนี้น้าาาา มันยาวมาก อัดในตอนเดียวไม่ได้
บางคนอาจจะสงสัยว่าโรคุแต่งแนวใหม่ยังไงหว่า ก็เป็นแนว "กลั่นแกล้งเมะ M" ค่ะ(?)
เพราะปกติโรคุสาย S มักกลั่นแกล้งเคะค่ะ(ฮา) แต่งวดนี้โรคุพยายามแต่งแบบกลั่นแกล้งโน่ดู
ไม่รู้นึกยังไงอยากเขียนแบบดราม่าเศร้าๆในวันเกิดเฮียโน่ แต่ตอนหน้าได้ยิ้มออกโล่งอกกันแน่นอนค่ะ
ปกติโรคุก็ไม่ชอบเขียนแบดเอนด์ค่ะ เพราะงั้นเรื่องนี้จบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งแน่นอน
 
 
 
 
 
 
สุขสันต์วันเกิดเฮียโน่ เฮียอย่าโกรธที่โรคุแกล้งเฮียเลยนะค้าาาา//เผ่น